PlayListนี้ เริ่มต้นด้วย "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน" เรียงลำดับตั้งแต่ ตอนแรก ถึง ตอนปัจจุบัน ..ท้ายเพลย์ลิสท์เป็นคลิป "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญกระทำขัดรัฐธรรมนูญ : จะทำอย่างไร?" วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.00 - 16.00 น. ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมสุโกศล (สยามซิตี้เดิม) คลิปนี้..วิทยากร รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นเริ่มนาที 0:14:24
คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...
หรือคลิกที่นี่.. @ AsiaUpdate "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน"

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

52> ข้ออ้างของคนที่ไม่อยากเห็นความเจริญคือคำว่า"ทำไม่ได้"

ข่าวความเคลื่อนไหวอื่นๆ เชิญที่เว็บนี้ครับ....
และ เชิญที่เว็บนี้ด้วยครับ....

รายนามนายกรัฐมนตรีหญิงของโลก คลิกที่นี่...




กองทุนหมู่บ้านเป็นหนึ่งในหลายๆเรื่องที่ทั่วโลกดีใจและประหลาดใจว่าประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น
งานสังคมสงเคราะห์ทั่วโลกคงงงกับการทำงานปกครองที่ทำให้ประชาชนกินอิ่มนอนอุ่น...

By: Bugbunny

เห็นด้วยครับ ผมพบตัวอย่างหนึ่งอยากมาเล่าสู่กันฟัง...

ครอบครัวหนึ่งพ่อกับแม่ต้องออกไปรับจ้างรายวันในจังหวัดอื่นๆ ลูกตัวเล็กไม่ถึงขวบ ยายต้องเลี้ยงไว้อีกจังหวัดหนึ่ง

มีกองทุนหมู่บ้านละหนึ่งล้านบาทออกมาในสมัยคุณทักษิณเป็นนายกฯ

เขาไปขอกู้เพียงสองพันบาท (เขากู้แค่สองพันบาทเท่านั้นนะครับ แต่จริงๆกู้ได้มากกว่านี้)

ไม่ต้องมีสินทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเป็นขวากหนามใหญ่ในการเข้าถึงทุนของคนจน

มีเพียงเพื่อนอีกสองสามคนเซ็นค้ำประกันกันไปมาในการกู้ก็กู้ได้แล้ว

จากเงินสองพันบาทนั้น เขาตั้งร้านอาหารตามสั่งในชุมชน

ชำระหนี้หมดก็ไปกู้เพิ่มได้อีก และยังสามารถนำรายได้ของตนไปฝากกับกองทุนได้ด้วย

มันก็คือธนาคารประชาชนนั่นแหละครับ และเขาตั้งใจจะพัฒนาให้เป็นอย่างนั้น

วันนี้พ่อแม่ลูกและยายอยู่ด้วยกัน ช่วยกันทำมาหากิน

เขาหลุดจากภาวะบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะกองทุนหมู่บ้าน

และกองทุนหมู่บ้านวันนี้มีหนี้เสียแทบจะเป็นศูนย์ เพราะคนจนไม่โกง เนื่องจากกลัวที่สุดหากจะถูกคนในหมู่บ้านนินทา

หลายแห่งจากหนึ่งล้านบาทขยายเป็นหลายล้านบาท เพราะมีเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้สมทบจนกองทุนเพิ่มขึ้นเป็นกอบเป็นกำ

เราหวังจะเห็นกองทุนหมู่บ้านพัฒนาไปเป็นธนาคารประชาชนให้ได้

ขอชื่นชมกองทุนหมู่บ้านอย่างสูง

ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน มีผลแค่ไหนกับกำไรขาดทุน

ข้ออ้างของคนที่ไม่อยากเห็นความเจริญคือคำว่า"ทำไม่ได้"
By: นางฟ้านะยะ

ทุกวันนี้ที่เรามีเครื่องบินใช้สำหรับการเดินทางได้เร็วขึ้น ก็เพราะสองพี่น้องตระกูลไร้ท์เชื่อว่า เราทำได้

ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถส่งยานกระสวยอวกาศไปสำรวจชั้นบรรยากาศนอกโลกได้ ก็เพราะเชื่อว่า เราทำได้

ประเทศจีนสามารถทำให้นักลงทุนสนใจมาลงทุนในประเทศที่ปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ จนมีความเจริญเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยใช้เวลาเพียงไม่ถึง 40 ปีเท่านั้น ก็เพราะเติ้งเสี่ยวผิงเชื่อว่า เราทำได้

เยอรมันตะวันตกและเยอรมันตะวันออกสามารถรวมประเทศเข้าด้วยกัน ทั้งๆที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจต่างกันมาก จนเยอรมันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ก็เพราะผู้นำเขาเชื่อว่า เราทำได้

การพัฒนาประเทศหรือสิ่งต่างๆในโลกเรานั้นด้วยวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้าทุกครั้ง ก็จะมีคนที่คัดค้านอยู่ทุกทีไป ก็เพราะบางคนนั้นมีโลกทัศน์ที่แคบ มองไม่เห็นผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า จึงมักจะใช้ข้ออ้างอย่างง่ายๆว่า มันทำไม่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยนั้น เราถูกสร้างความเข้าใจผิดๆมาโดยตลอด ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ประเทศอื่นแซงเราไปได้ ก็เพราะนักวิชาการมักจะอ้างว่า เราทำไม่ได้

ค่าแรงวันละ 300 บาททำไม่ได้...

เด็กนักเรียนประถมศึกษาถือ tablet แทนถือหนังสือไปโรงเรียนนั้นทำไม่ได้...

ทั้งๆที่เราจะสร้างรถไฟใต้ดิน นักวิชาการไทยก็บอกว่าดินกรุงเทพฯนั้นอ่อน สร้างแล้วจะทรุดน้ำจะท่วม เราทำไม่ได้...

ทั้งๆที่เราจะสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ นักวิชาการไทยก็บอกว่าพื้นที่นั้นเป็นหนองน้ำ สร้างแล้วจะพัง เราทำไม่ได้...

และนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นโครงการที่ใช้เงินมหาศาล รัฐบาลไม่สามารถหาเงินมาอุดหนุนโครงการนี้ได้แน่นอน เราทำไม่ได้...

แต่ทุกวันนี้ ทำไมกรุงเทพฯมีรถไฟใต้ดินเปิดบริการ มีสนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่เชิดหน้าชูตา มีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคเพื่อช่วยเหลือประชาชนคนยากจน จนถึงเดี๋ยวนี้ได้

คำว่า"ทำไม่ได้" จึงเป็นคำพูดที่ฮิตติดปากของคนที่คอยขัดขวางความเจริญ ขัดขวางการพัฒนาของประเทศไทยจนถึงเดี๋ยวนี้

อย่าใช้คำมักง่ายสั้นๆว่า "ทำไม่ได้" มาถ่วงความเจริญของประเทศไทยอีกเลยนะฮ้า


...คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพขยายใหญ่...



By: คนเมืองสุรินทร์

เมื่อวานนี้ไปสุรินทร์กับศรีสะเกษ แวะเยี่ยมไปเรื่อย...

ไปคุยกับเพื่อนพ่อค้าด้วยกัน...ก็ไม่แคล้วเรื่องการเมืองบ้างพอเป็นกระสาย...

คุยไปคุยมาก็วกเลี้ยวปร๊าดมาเรื่องค่าแรง 300 บาท เพื่อนบอกว่า ถ้าจ่ายค่าแรงขนาดนั้น ธุรกิจไม่รอดแน่ๆ

ผมหัวเราะถามเค้าว่า...ถามหน่อยเถอะ ทุกวันนี้ ให้ใช้วันละ 200 บาท (ขนาดไม่ยกแค่ 150 บาทเท่าคนแก่สมองเลอะ) คุณว่าจะเหลือสักกี่บาท...??? หักค่ากิน...ค่าเสื้อผ้า...ค่าเดินทาง...ค่าเช่าบ้าน...ค่าสบู่ยาสีฟัน...ถามหน่อยมันเหลือสักกี่บาท...???

เพื่อนอึกๆอักๆตอบไม่ถูก

ผมบอกว่า...ผมเชื่อเรื่องทุกธุรกิจต้องการลูกน้องที่ทำงานดีและเชี่ยวชาญ ถ้าเราจ้างถูกๆ ค่าแรงไม่พอใช้อยู่ไม่นานก็ออก แถมมีปัญหาติดตามมาสารพัด

ผมคิดว่า...ถ้าคนเรามีเงินใช้พอ มีความสุข เค้าไม่ออกไปไหนหรอกครับ ถ้ารายได้ดีเค้าก็ต้องรักงาน ตั้งใจทำงาน งานออกมาก็ดี ที่สำคัญ เงินที่เราจ่ายไป ก็จะออกมาหมุนในตลาด สร้างเงินสร้างงาน ทำให้เศรษฐกิจฟูฟ่อง...ที่ย่ำแย่ตกสะเก็ดแบบทุกวันนี้ ก็หายไป

เพื่อนคนนั้นฟังๆก็พยักหน้าหงึกๆ บอกว่า ก็เป็นไปได้

ผมบอกเพื่อนต่อไปว่า...อย่าพึ่งเป็นทุกข์กับมันเลย รอรัฐบาลเค้าทำงานก่อน ดีไม๊..???

รัฐบาลเค้าคงไม่โง่ที่มาทำให้ธุรกิจทั่วประเทศเจ๊งหรอกครับ....????

Playlist...วิสัยทัศน์ผู้นำประเทศที่แท้จริง...


Playlist...สอนอย่างไรให้ถึงฝัน...

Lovsix: สิ่งที่ผมอยากเสนอ...Tablet PC

1. ให้ทำ Software การศึกษาออกมาเป็น App เลย ค่าเขียนสมัยนี้ถูกมาก ชั้นปีนึงไม่เกิน 15 วิชา เนื้อหาหลักสูตร พร้อมแบบทดสอบภายใน บวกเรียนพิเศษประยุกต์ใช้ เบ็ดเสร็จ เขียนได้เสร็จ ภายใน 2 เดือนเท่านั้น ครูก็สอนตามนี้ได้เลย เข้าใจง่าย

2. พวกเกมออนไลน์ ที่เด็กชอบเล่นเยอะมาก ให้สมัครล็อคอิน บอกระดับชั้นเรียนก่อน เมื่อเล่นไปแต่ละด่าน จะเจอคำถาม ในวิชาเรียนเพลินๆไปด้วย ตอบผิด ถามซ้ำๆ จนซึมเข้าหัวเด็กเอง รับรอง เด็กไทย จะฉลาดขึ้นเอง รวมทั้งเรื่องภาษา ตปท.ด้วย แบบธรรมชาติศึกษาเลยอะครับ

3. ในทั้งสองแนวทางขั้นต้น ต้องแฝงการสอน จริยธรรม ที่ให้เค้าสัมผัสได้เองจากการศึกษาและเกมนั้นๆ ไม่ใช่มาประกาศสอนทางทีวีว่า ต้องซื่อสัตย์ ต้องมีจริยธรรม พูดไป ประกาศไปก็ไม่มีคนเข้าใจ

ผมสนับสนุนให้ทุกคน ฝันกล้าคิดนอกกรอบ บ้านเมืองเราจึงจะเจริญและพัฒนาได้ครับ


นกแก้วตัวนั้น????

ชายคนหนึ่งไปซื้อนกแก้วที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง เห็นนกแก้วตัวหนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และเคาะแป้นคีย์บอร์ดอยู่ จึงเกิดสนใจถามคนขายว่า

ชายคนนั้น : ลุงๆ ไอ้ตัวนั้นราคาเท่าไหร่?

คนขาย : 15,000 บาท

ชายคนนั้น : แล้วมันทำไรได้บ้างล่ะ

คนขาย : ก็ไม่เท่าไหร่ แค่ใช้ window,mac,unix แล้วก็พวกซอฟแวร์ office ต่างๆ

ชายคนนั้น : แล้ว ไอ้ตัวข้างๆมันล่ะ

คนขาย : 25,000 บาท

ชายคนนั้น : โอ้โฮ! อย่างนี้มันคงเขียนโปรแกรมได้ด้วยมั้ง (หัวเราะ)

คนขาย : ก็ใช่ แถมมันยังดูแล server แล้วก็เขียนโปรแกรมจัดการกับ Database ของร้านได้ด้วยนะ

ชายคนนั้น : แล้วไอ้ตัวนั้นล่ะ ตัวที่มันนั่งเฉยๆอยู่ข้างหลังน่ะ (ชี้ไปที่นกอีกตัว) มันทำอะไรได้บ้างล่ะ

คนขาย : ไอ้ตัวนั้นอ่ะนะ วันๆผมไม่เห็นมันทำอะไรเลย นอกจากแหกปากด่าไอ้สองตัวที่นั่งหน้าคอมอยู่นั่นแหละ ผมโคตรรำคาญมันเลยคุณ

ชายคนนั้น : แล้วมันราคาเท่าไหร่ล่ะ

คนขาย : 100,000 บาท

ชายคนนั้น : เฮ้ย! ทำไมล่ะ

คนขาย : ผมก็ไม่รู้ แต่เห็นไอ้ 2 ตัวนั่น เรียกมันว่า หัวหน้า!!!




สาวแกร่งแห่ง"กองร้อยน้ำหวาน" บอดี้การ์ดผู้เคียงข้าง"ยิ่งลักษณ์"
คลิกที่นี่...ดูภาพวิธีการฝึก

หลายวันมานี้ เราจะได้เห็น"หญิงสาว"หน้าตาหวานบ้าง คมเข้มบ้าง แต่พวกเธอมีบุคลิกเดียวกันคือ ท่าทางทะมัดทะแมง ยืนประกบขวาซ้ายระวังหลัง"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย พร้อมสอดส่ายสายตาอย่างระแวดระวัง เพื่อหาสิ่งผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

ถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกตาอยู่บ้าง ที่เราไม่เคยเห็นทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็น "ผู้หญิง" หลายคนคงสงสัยพวกเธอเหล่านี้มาจากไหน

พวกเธอเป็นตำรวจหญิงจาก"กองร้อยน้ำหวาน"หรือ"กองร้อยปราบจลาจลหญิง กองกำกับการควบคุมฝูงชน 1" ซึ่งคัดเลือกหัวกะทิจากการเปิดรับสมัครบุคคลภายนอก ซึ่งกำหนดคุณสมบัติต้องจบปริญญาตรี และมีอายุไม่เกิน 25 ปี

คัดเลือกกลุ่มที่ดีที่สุด สู่ขั้นตอนการอบรมยุทธวิธีอย่างหนักมากกว่า 3 เดือน เฉกเช่นเดียวกับหลักสูตรตำรวจปราบจลาจลชายอกสามศอก หากผ่านไปได้จะรับการบรรจุประจำการ รอคำสั่งให้ออกทำงาน แต่ระหว่างนี้พวกเธอยังต้องถูกเรียกฝึกอบรมยุทธวิธีอยู่เป็นระยะ

เรียกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะก้าวมาเป็นสาวหนึ่งใน"กองร้อยน้ำหวาน" และยิ่งไม่ง่ายที่จะได้เป็นสาวแกร่งยืนประกบ"ยิ่งลักษณ์"ว่าที่นายกฯสาวคนแรกของไทย