PlayListนี้ เริ่มต้นด้วย "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน" เรียงลำดับตั้งแต่ ตอนแรก ถึง ตอนปัจจุบัน ..ท้ายเพลย์ลิสท์เป็นคลิป "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญกระทำขัดรัฐธรรมนูญ : จะทำอย่างไร?" วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.00 - 16.00 น. ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมสุโกศล (สยามซิตี้เดิม) คลิปนี้..วิทยากร รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นเริ่มนาที 0:14:24
คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...
หรือคลิกที่นี่.. @ AsiaUpdate "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน"

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

69> อีกหนึ่งเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญครับ

@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ 027 Pictures...Bangkok Underwater 26 October 2011
@ 029 ชมภาพชุด! นายกฯปูลงเรือเยี่ยมประชาชนเขตดอนเมืองที่ถูกน้ำท่วมขัง...และภาพสวยๆจากสื่อมะกัน
@ 06 ทหารลูกผู้ชายจริง มีหรือไม่? นายกฯปู..จะเรียกตัวมาใช้งานได้ถูก..คน
@ 07 อ.จูงลา จะล่ารายชื่อไล่นายกฯปู ถาม ปชช. 16 ล้านเสียง หรือยัง???
@ ด้วยความเคารพ...ผมรู้สึกว่าพวกกระบวนการโป้งๆชึ่ง มันอยากให้กรุงเทพฯวิบัติจากน้ำท่วม
@ ชมภาพสวยๆทั้ง 3 ชุด บาหลี-ต้อนรับฮิลลารี-บันคีมูนที่ทำเนียบฯ
@ 08 เห็นด้วยไหม ว่าความเป็นจริง ประเทศไทย เกิดปัญหา จากความไม่กล้า และกฎหมายปัญญาอ่อน
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน บรูไน, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ ชุดที่1
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน เวียดนาม ชุดที่2
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน สิงคโปร์ ชุดที่3
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน อินเดีย ชุดที่4
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน ฟิลิปปินส์ ชุดที่5
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์ร่วมประชุมที่สวิสเซอร์แลนด์ ชุดที่6
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน มาเลเซีย ชุดที่7
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือนกองทัพไทย
@ ภาพชุดงานสโมสรสันนิบาต วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5ธ.ค.2554
@ "ดร.สุนัย" เอาจริง ยื่นเอกสาร "ศาลอาญาระหว่างประเทศ"
@ แจกปฏิทิน พ.ศ.2555 ครับ เชิญคลิกโหลดที่นี่...
@ "เจ้าอาวาสวัดดอนเมืองจำได้ นายกฯ "ด.ญ.ปู" ทะเลาะกับหมาแมว
@ ชมภาพชุด&Clip...งานแต่งน้องเอม12ธ.ค.54
@ 81 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร...‘ดรัมเมเยอร์-ไทยแลนด์แบนด์’
@ เมื่อผมไปอเมริกาครั้งแรกเมื่อเดือน มกราคมปี 1972.....ผมมีเงินติดตัวไป $80.00
@ 52... นี่จึงเป็นนายกรัฐมนตรีที่ผมอยากได้ครับ
@ 82 ชีวิตหมอที่ไม่ได้ไปอเมริกา By: kimeng suk

คลิกที่ภาพ...เพื่อดูขนาดที่ใหญ่ขึ้น @ โหลดเก็บไว้ในcomเชิญคลิกที่นี่...

อีกหนึ่งเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญครับ
By: ทวดเอง

อย่างที่คุณประสงค์พูดไว้ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องถามประชามติจากประชาชนว่า เขาเห็นด้วยกับคุณหรือไม่”

ทีฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไม่เคยถามคนส่วนใหญ่

ทีร่างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการไม่เคยถามคนส่วนใหญ่

พอทำประชาพิจารณ์ดันมีเงื่อนไขอีก

แต่พอรัฐบาลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับจะให้ถามคนส่วนใหญ่ ทั้งๆที่ประชาชนเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญตั้งแต่เลือกเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลด้วยเสียงเกินครึ่งของสภา นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ เพราะไม่ต้องการให้รัฐธรรมนูญที่จ้องแต่ทำร้ายคนๆเดียว พรรคๆเดียว ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ประชาชนแตกแยก ที่ทำให้ประเทศแบ่งฝักแบ่งฝ่ายดังเช่นปัจจุบันนี้

อย่างที่คุณจุรินทร์พูดไว้ “ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 309 รัฐบาลต้องบอกให้สังคมรับรู้ว่า แก้เพื่ออะไร แก้เพื่อคนๆเดียวหรือไม่ และมาตรา 309 มันมีข้อเสียตรงไหน”

นี่คือความคิดเห็นของคุณจุรินทร์ที่เป็น ส.ส.ในระบอบประชาธิปไตย

ที่ไม่เคยต่อต้านกับการทำรัฐประหาร

ที่ไม่เคยแสดงความรังเกียจกับมาตรา 309 ที่นิรโทษกรรมให้กับคนทำรัฐประหารทั้งปัจจุบันและอนาคต

ที่ไม่เคยรับรู้ว่า การนิรโทษกรรมล่วงหน้า ไม่สมควรที่จะมีในการปกครองระบอบประชาธิปไตย

คนอย่างนี้จึงไม่น่าใช่คนที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งชาติในการพิทักษ์ประชาธิปไตย นอกจากคอยรับผลประโยชน์อันเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่างหากครับ ดังนั้นป่วยการที่จะมาคอยรับฟังกับความคิดเห็นของคนกลุ่มนี้

ดังนั้นผมจึงคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นความชอบธรรมของรัฐบาล และจะต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 ครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการเปิดทางให้มี ส.ส.ร.ในการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะมันใช้เวลามากเกินไปครับ

ผมยังจำได้ มีการยุบพรรคไทยรักไทย เพราะมีคนใส่ร้ายว่าไทยรักไทยจ้างให้ลงเลือกตั้ง

ผมยังจำได้ นายกฯสมัครต้องถูกปลดออกจากนายกฯเพียงเพราะการสอนคนทำกับข้าวออกทีวี

ผมยังจำได้ มีการปิดสนามบินโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ และจนป่านนี้คนกลุ่มนี้ยังลอยนวล

ผมยังจำได้ ขนาดประกาศ พรก.ฉุกเฉิน กองทัพยังให้การเมืองแก้ด้วยการเมือง

ผมยังจำได้ การสลายการชุมนุมตามหลักสากลของตำรวจ กลับกลายเป็นความผิด

และผมจำได้ไม่รู้ลืม คือ การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ดังนั้นการหาทางออกให้กับแก๊งค์ปิดสนามบิน ก็คือ การเร่งด่วนยุบพรรค 3 พรรค ทั้งๆที่ยังสอบพยานไม่หมด ทั้งๆที่คำวินิจฉัยยังไม่สมบูรณ์

ดังนั้นผมจะเห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้ารัฐบาลจะทำตามที่หาเสียงไว้ โดยการนำรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน คือ ฉบับปี 40 มาใช้ โดยการแก้บางมาตราที่มีปัญหาก็คงจะเพียงพอ อย่ามัวแต่ยึกยักห่วงโน่นพะวงนี่อยู่เลยครับ คนส่วนใหญ่เขาพร้อมจะยืนเคียงข้างกับรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้

ข้อสำคัญ เรายังมีด่านหินรออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น ปปช.หรือศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นผลผลิตจากรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการที่คอยเงื้อดาบรอวันสับเราอยู่ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจากเทคนิคตามกฎหมายหรือพจนานุกรม ล้วนแต่เป็นเรื่องอันตรายสำหรับฝ่ายประชาธิปไตยได้ทุกเมื่อ เราจะรอให้ประวัติศาสตร์ช้ำรอยอีกหรือครับ บอกตามตรง ผมเหนื่อยแล้วนะครับ พรรคเพื่อไทยเอ๋ย

* * * * *

By: นกฮูกแดง ผมก็ยังงงๆอยู่ดีว่าจะเอารัฐธรรมนูญปี40 มาใช้ยังไง แค่คิดจะไปแก้ ก็จะไปแก้ตรงไหนก็มันไม่มีแล้ว คมช.มันฉีกทิ้งไปแล้ว ตอนนี้ที่เราใช้กันมันของปี50 ถ้าจะแก้ก็ต้องแก้ที่รัฐธรรมนูญปัจจุบัน คือรัฐธรรมนูญปี50 แล้วไอ้ที่คุณ คุณทวดเองบ่น บ่นอยู่ในวรรคที่สองข้างบนเกี่ยวกับ ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญน่ะ มันก็อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ คมช.เล่มนี้ คุณลองไปแก้ หรือไปตัดออกดูซิ ไม่เกิดเรื่อง ให้มาเขกกระบาล 7 ทีเลยเอ้า

ถ้าตั้ง สสร.ใหม่ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ สสร.ไป จะไปหาวิธีการคัดเลือกใหม่อย่างไร ก็แล้วแต่ สสร.จะคิด แต่ กกต. ปปช. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ ก็ต้องเปลี่ยนไปตามรัฐธรรมนูญใหม่ ตั้ง สสร.ใหม่จะช้า จะเสียเงิน3-5,000ล้านบาทก็ต้องยอม ยอมเพราะอะไรหรือ? ก็ยอมเพราะต้องการเอารัฐธรรมนูญเผด็จการ คมช.ฉบับนี้ ออกไปให้ได้ก็จบ

* * * * *

By: ทวดเอง ความเห็นผมก็คือ ต้องการให้นำเนื้อหาของรัฐธรรมนูญปี 40 มาเป็นแม่แบบครับ แล้วก็แก้เฉพาะบางมาตราที่เห็นว่าไม่ดีให้มันดีขึ้นครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 มันหมกเม็ดไว้มากมายเหลือเกิน ถ้าจะแก้คงต้องแก้กันหลายมาตรา แล้วก็มีการถกเถียงให้เป็นประเด็นไม่รู้จบครับ

ส่วนเรื่องตั้ง สสร.หรือไม่ ผมคิดว่ายังไงก็มีปัญหาอย่างแน่นอนครับ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เคยยอมรับในทุกเรื่องอยู่แล้วนี่ครับ ต้องมีคนออกมาปกป้องอยู่แล้ว เหมือนสมัยสมัครไงครับ มัวแต่ยึกยักก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ผมจึงคิดว่าควรจะรีบตีเหล็กตอนร้อน เพราะยังไงคนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ยังไงก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ

* * * * *

By: เฒ่าลำไผ่ ไม่ควรแก้ครับ ควรยกเลิกไปเลย เอาปี40 หรือร่างใหม่เป็นปี55ก็ได้ ไม่ต้องเหลือซากของเผด็จการไว้เป็นดี

* * * * *

By: นกคูด มีหลายคนคิดแบบคุณทวดว่า ในเมื่อพรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงไว้ว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะต้องแก้ รธน.50 โดยเอา รธน.ปี40 เป็นต้นแบบ ถือว่าเป็นสัญญาประชาคม เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งจึงเป็นความชอบธรรมที่จะแก้ รธน. โดยใช้เสียงในสภาก็ได้ ไม่ต้องตั้ง สสร.ให้เสียเวลาเป็นปี ก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่า ว่าควรเลือกแบบไหน

ถ้าแก้โดยสภาฯ สามารถแก้เนื้อหาได้ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้ (เอาปี40เป็นต้นแบบ) รวดเร็วทันใจกว่า แต่โดนต่อต้านมาก เพราะถูกโจมตีว่าทำเพื่อคนๆเดียว

กับการตั้ง สสร.มาแก้โดยขบวนการมีส่วนร่วม แต่เนื้อหาจะออกมาเป็นยังไงไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ ใช้เวลามาก ข้อดีคือได้รับการยอมรับมากกว่า อีกทั้งการโจมตีของฝ่ายต่อต้าน แม้จะมีก็จะแผ่วเบา

หนูก็ไม่แน่ใจว่าแบบไหนดี???


ลืมกันหรือยัง...เมื่อ"กบฏ"ออกกฎหมายอภัยโทษให้ตัวเอง

หลัง 19 กันยายน 2549 สิ่งแรกที่ คปค. ประกาศคือ ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเสีย

แล้วใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตราที่สำคัญอย่างยิ่งคือ มาตรา 36 และ มาตรา 37

ในสถานการณ์ปัจจุบันขอยกแค่ มาตรา37 มาให้เปรียบเทียบ

"มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึด และควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 ของหัวหน้า และคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น

การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำหรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง"

* * * * *

อ่านกี่ครั้งกี่ครั้งผมก็อดสำลักความอยุติธรรมไม่ได้ เสมือนใครสักคนอัดกรวดทรายยัดลงลำคอทุกที

จริงๆแล้ว มาตรานี้เปรียบดั่งคำสารภาพผิดดีๆนี่เอง

ไหนอ้างว่าต้องทำเพื่อแก้ไขบ้านเมืองให้พ้นจากภัยพิบัติ เมื่อทำความดีแล้วจะผิดได้อย่างไร

แล้วใยจึ่งออกกฎหมายอภัยโทษให้ตนเอง?????

วิถีชน prachatalk.com 17พ.ย.2554

* * * * *

เขาเอามายัดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เรียบร้อยแล้วครับ ไม่ใช่แค่ประกาศ คปค.อย่างเดียว โดยยกเอา ฉบับชั่วคราว มารับรองถาวรจนถึงวันนี้

มาตรา 309 บรรดาการใดๆที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
มีชัย ฤชุพันธุ์

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

68> รำค๊าญ..รำคาญที่ยังมีคนพูดว่าอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯตามระบอบประชาธิปไตย

@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ 027 Pictures...Bangkok Underwater 26 October 2011
@ 029 ชมภาพชุด! นายกฯปูลงเรือเยี่ยมประชาชนเขตดอนเมืองที่ถูกน้ำท่วมขัง...และภาพสวยๆจากสื่อมะกัน
@ 06 ทหารลูกผู้ชายจริง มีหรือไม่? นายกฯปู..จะเรียกตัวมาใช้งานได้ถูก..คน
@ 07 อ.จูงลา จะล่ารายชื่อไล่นายกฯปู ถาม ปชช. 16 ล้านเสียง หรือยัง???
@ ด้วยความเคารพ...ผมรู้สึกว่าพวกกระบวนการโป้งๆชึ่ง มันอยากให้กรุงเทพฯวิบัติจากน้ำท่วม
@ ชมภาพสวยๆทั้ง 3 ชุด บาหลี-ต้อนรับฮิลลารี-บันคีมูนที่ทำเนียบฯ
@ 08 เห็นด้วยไหม ว่าความเป็นจริง ประเทศไทย เกิดปัญหา จากความไม่กล้า และกฎหมายปัญญาอ่อน
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน บรูไน, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ ชุดที่1
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน เวียดนาม ชุดที่2
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน สิงคโปร์ ชุดที่3
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน อินเดีย ชุดที่4
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน ฟิลิปปินส์ ชุดที่5
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์ร่วมประชุมที่สวิสเซอร์แลนด์ ชุดที่6
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน มาเลเซีย ชุดที่7
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือนกองทัพไทย
@ ภาพชุดงานสโมสรสันนิบาต วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5ธ.ค.2554
@ "ดร.สุนัย" เอาจริง ยื่นเอกสาร "ศาลอาญาระหว่างประเทศ"
@ แจกปฏิทิน พ.ศ.2555 ครับ เชิญคลิกโหลดที่นี่...
@ "เจ้าอาวาสวัดดอนเมืองจำได้ นายกฯ "ด.ญ.ปู" ทะเลาะกับหมาแมว
@ ชมภาพชุด&Clip...งานแต่งน้องเอม12ธ.ค.54
@ 81 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร...‘ดรัมเมเยอร์-ไทยแลนด์แบนด์’

คลิกที่ภาพ...เพื่อดูขนาดที่ใหญ่ขึ้น @ โหลดเก็บไว้ในcomเชิญคลิกที่นี่...

รำค๊าญ..รำคาญที่ยังมีคนพูดว่าอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯตามระบอบประชาธิปไตย
By: ทวดเอง

ได้เสียงสนับสนุนมากกว่าคุณประชา จึงได้เป็นนายกฯรัฐมนตรี นั่นเป็นการมองที่ปลายเหตุหรือเปล่าครับ ซึ่งผมสงสัยคนกลุ่มนี้จริงๆ ทำไมจึงไม่เคยมองถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ทำไมคนส่วนใหญ่จึงไม่ยอมรับ มามะ...เดี๋ยวผมจะเท้าความเพื่อกระตุกจิตสำนึกและฟื้นฟูความทรงจำ อีกทั้งให้กับผู้ที่ไม่เคยติดตามข่าวสารมาตลอด จะได้ไม่หลงเชื่อว่า การเป็นนายกฯของคุณอภิสิทธิ์เป็นไปอย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย

เรามาดูเส้นทางการสู่นายกฯของคุณอภิสิทธิ์ดูนะครับ

เริ่มจากความที่รัฐบาลที่มาอย่างชอบธรรม และยังสร้างผลงานมากมายจนเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งประเทศ และเป็นรัฐบาลชุดแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นครั้งที่สอง ด้วยคะแนนเสียงที่ถล่มทลายยิ่งกว่าครั้งแรกเสียอีก นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เพราะฝ่ายค้านคงจะคาดการณ์ได้ว่า ถ้าคุณทักษิณยังอยู่ อย่าหวังว่าจะได้เป็นรัฐบาล คงต้องทนอดอยากปากแห้งไปอีกนานแสนนาน ผสมกับกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์มากมายจากนโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสีเทาและกลุ่มธุรกิจดำมืด

ดังนั้นจะรอให้รัฐบาลครบวาระหรือถูกประชาชนขับไล่ตามวิธีปกติคงไม่ได้ จึงได้มีการร่วมมือกันหลายฝ่าย เพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาภายหลัง ขอแค่ได้อำนาจอยู่ในมือก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ เพราะอย่างน้อยก็ยังมีคนส่วนน้อยที่หน้ามืดตาบอด มองการเมืองแค่การรับข้อมูลจากฝ่ายที่ตัวเองพึงพอใจ

และด้วยยุทธวิธีที่ทำการอย่างเป็นขบวนการ ทำให้นายกฯคนหนึ่งที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และยอมรับ ไม่ว่าจากคนในชาติหรือคนต่างชาติให้กลายเป็นปีศาจร้ายของประเทศไปเสียฉิบ สร้างความเกลียดชังให้กับคนหมู่หนึ่ง แล้วบอกว่า นี่คือการกู้ชาติ จนประเทศเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

จากนั้นก็ใช้วิธีทำรัฐประหาร ด้วยวจีเด็ด ประเทศไม่มีทางออก อีกทั้งการทำรัฐประหารดีกว่าคนทุจริตคอรัปชั่น พอมองเห็นภาพแล้วหรือยังครับ เพราะหลายปีที่ผ่านมา การทำรัฐประหารไม่ได้ทำให้การทุจริตคอรัปชั่นลดน้อยลง แล้วยังมีอัตราการคอรัปชั่นเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำไป แต่เรื่องนี้ผมจะยังไม่พูดถึง

แต่ที่จะพูดถึงกลับเป็นแผนบันไดสี่ขั้นของหัวหน้ารัฐประหารต่างหากครับ

ตั้งธงแต่แรกต้องมีการยุบพรรค ดังนั้น พรรคไทยรักไทยจึงเกิดขึ้น เหลือไว้แต่ ปชป.พรรคเดียว ถ้าไม่ตาบอดกันล่ะก้อ คลิปนั่นคงได้ผ่านตากันบ้างแล้ว และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของบันไดขั้นแรก

ขั้นสอง ความผิดอาญาจากการทุจริต ดังนั้นเราจึงได้เห็นคดีคนซื้อไม่ผิด คนขายไม่ผิด ผิดที่คนเซ็นและยังต้องรับผิดโดยไม่รอลงอาญา เพียงเพราะคดีนี้สามารถพิสูจน์ได้อย่างรวดเร็วกว่าคดีอื่น แต่ก็ขัดกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ และยังเป็นที่ถกเถียงของนักกฎหมายจนถึงทุกวันนี้

ขั้นสาม ต้องทำให้พรรคแตกกระจาดกระจายและสิ้นสุด ก็เป็นไปตามแผนอย่างแยบยลด้วยการย้อนหลังตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค เหลือพรรคเดียวที่ไม่แตกเพราะไม่โดนยุบพรรค พรรคไหนรู้ไหมครับ

ขั้นสุดท้ายคือการทำประชามติ ให้ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับเจ้าปัญหาที่ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ และเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลอภิสิทธ์ ดังที่คนกลุ่มนี้พยายามจะอ้างการได้เสียงสนับสนุนจากรัฐสภาไงครับ

แต่ปัญหามันไม่จบตรงบันไดสี่ขั้น เพราะถึงแม้ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่สิ่งเดียวที่ไม่เป็นตามแผนก็คือ คนเหล่านี้มองข้ามความคิดของคนส่วนใหญ่ ไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ ข้อสำคัญไม่เคยรู้เลยว่า คนส่วนใหญ่เวลานี้เข้าใจระบอบประชาธิปไตยดีกว่าคนกลุ่มน้อยเสียอีก

ดังนั้นพรรคพลังประชาชนจึงได้เป็นรัฐบาล ขบวนการล้มรัฐบาลและฝืนใจคนส่วนใหญ่ยังไม่ยอมหยุด จึงมีการปลดนายกฯด้วยข้อหาทำกับข้าวออกทีวี แต่เมื่อยังไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะคุณสมชายกลับได้มาเป็นนายกฯแทน ขบวนการดังกล่าวเริ่มทำงานต่อไป คราวนี้ทำขนาดเอาความเสียหายของประเทศเป็นตัวประกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณียึดเอ็นบีที ยึดทำเนียบ ร้ายสุดถึงขั้นปิดสนามบิน แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้รัฐบาลต้องสละได้

ท้ายสุดก็ต้องหันมาพึ่งบริการการยุบพรรค แต่คราวนี้ยุบทีเดียวหลายพรรค ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก แถมยังอ่านผิดๆถูกๆ ทั้งๆที่การสอบพยานยังไม่ครบเสียด้วยซ้ำไป นี่เป็นการยุบพรรคการเมืองที่มีประชาชนให้ความศรัทธามากที่สุดของประเทศได้อย่างเรียบง่ายด้วยคนเพียงไม่กี่คน นี่คือประชาธิปไตยแบบของคนเสียงข้างน้อย

แต่ทำกันขนาดนี้ ก็ใช่ว่าคุณอภิสิทธิ์จะได้เป็นนายกฯ เพราะประชาชนต้องการให้มาเป็นฝ่ายค้านต่างหาก เสียงจึงน้อยจนไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงต้องอาศัยกลุ่มงูเห่า ดังนั้นการฟอร์มรัฐบาลในค่ายทหารจึงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประเคนกระทรวงสำคัญๆให้กับพรรคร่วม ยังมีอำนาจที่ยากปฏิเสธอีกต่างหากดังที่คุณชุมพลหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาได้อ้างถึง อย่างนี้คิดว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยหรือเปล่าครับ

เห็นหรือยังครับว่า เส้นทางการขึ้นสู่นายกฯของคุณอภิสิทธิ์มันไม่ธรรมดาจริงๆ แล้วจะมีความสง่างามได้อย่างไรกัน จะมาอ้างถึงการยกมือโหวตในสภาก็จริงอยู่ ท้ายสุดคุณอภิสิทธิ์จึงได้เป็นนายกฯไงครับ แต่ทว่าถ้ามีความสง่างามจริงล่ะก้อ ทำไมเราไม่เคยเห็นความกระตือรือร้นของเหล่าทูตต่างๆเหล่าผู้นำประเทศต่างๆแสดงความยินดีมากมายเช่นเดียวกับที่นายกฯยิ่งลักษณ์ได้รับล่ะครับ เคยมองเห็นจุดนี้หรือไม่

และถ้าเป็นนายกฯตามวิถีทางตามระบบรัฐสภา ถ้าเป็นนายกฯตามระบอบประชาธิปไตย ถ้าเป็นนายกฯของประชาชน ทำไมแค่เรียกร้องให้ยุบสภาจึงต้องมีคนตายเหยียดร้อย บาดเจ็บเกือบสองพัน ทำไมจึงไม่ยอมให้การเลือกตั้งพิสูจน์ความเป็นผู้นำอย่างสง่างาม เพื่อไม่ให้สังคมคลางแคลงใจในความสง่างามล่ะครับ

หรือเพียงแค่รออีกไม่กี่เดือน เพื่อหวังเงินงบประมาณแผ่นดินมาช่วยด้านคะแนนเสียง หวังแค่มีคนของตัวไปช่วยเอื้อประโยชน์ในการเลือกตั้ง มันคุ้มหรือไม่กับการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมายรวมทั้งชื่อเสียงของประเทศ และท้ายสุดก็ไม่สามารถกลับมาเป็นนายกฯได้อีก

นี่จึงเป็นคำตอบสำหรับใครต่อใครที่พยายามออกมาพูดว่า คุณอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯตามรัฐธรรมนูญเฉกเช่นเดียวกับรัฐบาลคุณสมัคร รัฐบาลคุณสมชาย เพราะมันต่างกันมากมาย โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ได้บ่งบอกให้คนไทยทั่วประเทศได้รับรู้ว่า

การซื้อเสียงไม่ใช่เหตุผลหลักที่จะชนะการเลือกตั้ง

การทุจริตการเลือกตั้งก็ไม่สามารถทำให้ชนะการเลือกตั้งได้

การใช้อำนาจในการเอื้อประโยชน์การเลือกตั้งก็ไม่สามารถทำให้การเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงได้

การซื้อ ส.ส.ในพื้นที่ก็ใช่ว่าจะเป็นหนทางสู่การเป็นรัฐบาลได้เสมอไป

ตราบใดที่คุณอภิสิทธิ์และพวกยังไม่เข้าใจถึงจิตวิญญาณของประชาธิปไตยที่ซื้อไม่ได้ของคนกลุ่มใหญ่ ตราบนั้นคุณอภิสิทธิ์อย่าหวังกลับมาเป็นนายกฯตามวิถีทางปกติตามระบอบประชาธิปไตย นอกเสียจากอำนาจนอกระบอบเข้ามาช่วยจัดการให้

แค่นี้พอเข้าใจแจ่มแจ้งหรือยังครับว่า ทำไมคนส่วนใหญ่จึงไม่ยอมรับกับการเป็นนายกฯของคุณอภิสิทธิ์ เพียงแต่เคารพในกติกา จึงอดทนรอให้มีการเลือกตั้ง เพื่อที่จะแสดงออกผ่านทางเลือกตั้งว่า "กรูไม่เอาเมิง" แจ่มชัดหรือยังครับพลพรรคของคุณอภิสิทธิ์ทุกๆท่าน


ลืมกันหรือยัง...เมื่อ"กบฏ"ออกกฎหมายอภัยโทษให้ตัวเอง

หลัง 19 กันยายน 2549 สิ่งแรกที่ คปค. ประกาศคือ ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเสีย

แล้วใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตราที่สำคัญอย่างยิ่งคือ มาตรา 36 และ มาตรา 37

ในสถานการณ์ปัจจุบันขอยกแค่ มาตรา37 มาให้เปรียบเทียบ

"มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึด และควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 ของหัวหน้า และคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น

การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำหรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง"

* * * * *

อ่านกี่ครั้งกี่ครั้งผมก็อดสำลักความอยุติธรรมไม่ได้ เสมือนใครสักคนอัดกรวดทรายยัดลงลำคอทุกที

จริงๆแล้ว มาตรานี้เปรียบดั่งคำสารภาพผิดดีๆนี่เอง

ไหนอ้างว่าต้องทำเพื่อแก้ไขบ้านเมืองให้พ้นจากภัยพิบัติ เมื่อทำความดีแล้วจะผิดได้อย่างไร

แล้วใยจึ่งออกกฎหมายอภัยโทษให้ตนเอง?????

วิถีชน prachatalk.com 17พ.ย.2554

* * * * *

เขาเอามายัดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เรียบร้อยแล้วครับ ไม่ใช่แค่ประกาศ คปค.อย่างเดียว โดยยกเอา ฉบับชั่วคราว มารับรองถาวรจนถึงวันนี้

มาตรา 309 บรรดาการใดๆที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
มีชัย ฤชุพันธุ์

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

67> ทำไม? ทำไม?? ทำไม????????????

ลืมกันหรือยัง...เมื่อ"กบฏ"ออกกฎหมายอภัยโทษให้ตัวเอง

หลัง 19 กันยายน 2549 สิ่งแรกที่ คปค. ประกาศคือ ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเสีย

แล้วใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตราที่สำคัญอย่างยิ่งคือ มาตรา 36 และ มาตรา 37

ในสถานการณ์ปัจจุบันขอยกแค่ มาตรา37 มาให้เปรียบเทียบ

"มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึด และควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 ของหัวหน้า และคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น

การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำหรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง"

* * * * *

อ่านกี่ครั้งกี่ครั้งผมก็อดสำลักความอยุติธรรมไม่ได้ เสมือนใครสักคนอัดกรวดทรายยัดลงลำคอทุกที

จริงๆแล้ว มาตรานี้เปรียบดั่งคำสารภาพผิดดีๆนี่เอง

ไหนอ้างว่าต้องทำเพื่อแก้ไขบ้านเมืองให้พ้นจากภัยพิบัติ เมื่อทำความดีแล้วจะผิดได้อย่างไร

แล้วใยจึ่งออกกฎหมายอภัยโทษให้ตนเอง?????

วิถีชน prachatalk.com 17พ.ย.2554

* * * * *

เขาเอามายัดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เรียบร้อยแล้วครับ ไม่ใช่แค่ประกาศ คปค.อย่างเดียว โดยยกเอา ฉบับชั่วคราว มารับรองถาวรจนถึงวันนี้

มาตรา 309 บรรดาการใดๆที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
มีชัย ฤชุพันธุ์

@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ 027 Pictures...Bangkok Underwater 26 October 2011
@ 029 ชมภาพชุด! นายกฯปูลงเรือเยี่ยมประชาชนเขตดอนเมืองที่ถูกน้ำท่วมขัง...และภาพสวยๆจากสื่อมะกัน
@ 06 ทหารลูกผู้ชายจริง มีหรือไม่? นายกฯปู..จะเรียกตัวมาใช้งานได้ถูก..คน
@ 07 อ.จูงลา จะล่ารายชื่อไล่นายกฯปู ถาม ปชช. 16 ล้านเสียง หรือยัง???
@ ด้วยความเคารพ...ผมรู้สึกว่าพวกกระบวนการโป้งๆชึ่ง มันอยากให้กรุงเทพฯวิบัติจากน้ำท่วม
@ ชมภาพสวยๆทั้ง 3 ชุด บาหลี-ต้อนรับฮิลลารี-บันคีมูนที่ทำเนียบฯ
@ 08 เห็นด้วยไหม ว่าความเป็นจริง ประเทศไทย เกิดปัญหา จากความไม่กล้า และกฎหมายปัญญาอ่อน
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน บรูไน, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ ชุดที่1
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน เวียดนาม ชุดที่2
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน สิงคโปร์ ชุดที่3
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน อินเดีย ชุดที่4
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน ฟิลิปปินส์ ชุดที่5
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์ร่วมประชุมที่สวิสเซอร์แลนด์ ชุดที่6
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน มาเลเซีย ชุดที่7
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือนกองทัพไทย
@ ภาพชุดงานสโมสรสันนิบาต วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5ธ.ค.2554
@ "ดร.สุนัย" เอาจริง ยื่นเอกสาร "ศาลอาญาระหว่างประเทศ"
@ แจกปฏิทิน พ.ศ.2555 ครับ เชิญคลิกโหลดที่นี่...
@ "เจ้าอาวาสวัดดอนเมืองจำได้ นายกฯ "ด.ญ.ปู" ทะเลาะกับหมาแมว
@ ชมภาพชุด&Clip...งานแต่งน้องเอม12ธ.ค.54

คลิกที่ภาพ...เพื่อดูขนาดที่ใหญ่ขึ้น @ โหลดเก็บไว้ในcomเชิญคลิกที่นี่...

ทำไม? ทำไม?? ทำไม????????????
By: kaichon เว็บ IF

ทำไม? ศปภ.จึงไม่ดำเนินการกับ TPBS ที่นักข่าวโดยนำถุงยังชีพที่ ศปภ.บรรจุเองจากของบริจาคของประชาชนมาสวมรอยว่าเป็นถุงยังชีพที่ ศปภ.จัดซื้อว่ามีการทุจริตซึ่งส่อให้เห็นถึงเจตนาที่จะใส่ร้าย ศปภ.จนเกิดผลกระทบกับยอดบริจาคสิ่งของ เป็นผลกระทบต่อการทำงานของ ศปภ.โดยตรง และยังมีผลกระทบโดยอ้อมต่อผู้ประสบอุทกภัย

เพราะแทนที่คนจะเอาเงินมาบริจาคให้รัฐบาลเพื่อที่รัฐบาลจะได้นำเงินนั้นมาใช้ชดเชยให้กับผู้ประสบอุทกภัยไม่ต้องกู้เงินมาชดเชยหรือกู้ก็กู้น้อยลง กับไปบริจาคให้สื่อที่เต้าข่าวเรื่องการช่วยเหลือแบบละครน้ำเน่าจนมีเรตติ้งเหมือนดูบ้าน AF ทั้งๆที่แค่เอาเงินไปซื้อแค่ถุงยังชีพ เงินที่ได้รับไม่ได้นำมาช่วยเหลือประชาชนเลย ดูได้จากยอดเงินที่บริจาคกับยอดเงินที่ใช้ไปและยอดเงินที่เหลือ จะเห็นได้ว่าเหลือเงินมหาศาลเป็นร้อยร้อยล้านตั้งแต่ตอนที่อภิสิทธิ์เป็นนายกฯจนมันออกมาโวย

ผมว่าเรื่องนี้ไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่มันจะเก็บเงินเป็นร้อยๆล้านไว้ทำไมในธนาคาร ทำไม?มันไม่นำมามอบให้รัฐบาลเพื่อบริหารจัดการ ทำไม?สื่อรัฐบาลจึงไม่มีปัญญาทำสกู๊ปข่าวออกมาตอบโต้ และทำไม? ศปภ.ไม่ดำเนินการตามกฎหมายกับทีวีช่องนี้

แค่เรื่องเดียวพรรค ปชป.เปรตชอบเปรตก็ออกมายื่นไม่ไว้วางใจได้แล้ว ยังมีเรื่องส้วม เรื่องชาวบ้านบุกทำลาย big bag ที่เป็นข่าวบิดเบือนทั้งสิ้นแถมสื่อรัฐบาลยังนำมาเสนอแบบเดียวกันโดยไม่มีปัญญานำเสนอข่าวแบบแก้ไขข่าวให้ตรงกับความเป็นจริง

ถ้ารัฐบาลนี้ยังไม่มีปัญญาบริหารจัดการสื่อหรือหาทีมงานที่แข็งแกร่งมาต่อกรกับนักข่าวหรือสำนักข่าวอัปรีย์เหล่านี้ได้ ผมว่า ไม่เกินสิ้นปีรัฐบาลก็ไม่สามารถทนแรงเสียดทานชั่วๆเหล่านี้ได้หรอกครับ และคงต้องเป็นงานหนักของคนเสื้อแดงอีกที่จะต้องออกมาพลีชีพเพื่ออุดมการณ์อีกตามเคย

ขอเถิดครับอย่าปล่อยโอกาสให้แก่ศัตรูที่หาความเป็นคนไม่ได้อย่างสื่อสาระเลว ฝ่ายค้านสามาลย์และคนกรุงเทพฯที่มีสมองไว้เพืยงฟังข่าวแล้วเชื่อเลยโดยไม่มีการไตร่ตรองว่าจริงหรือไม่เพราะในสมองมีแต่หัวแม่ตีน จึงคิดอะไรไม่เป็น คิดเป็นอย่างเดียวกูสบายคนอื่นจะฉิบหายอย่างไรไม่ใช่เรื่องของกู

ถ้าจะต่อกรกับสื่อสถุนกับคนกรุงจังไรที่อาศัย facebook เพื่อทำลายรัฐบาล ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคุณเฉย แต่ต้องเปลี่ยนกระทรวง ICT ด้วย จะต้องเอาคนที่มีความรู้เรื่อง ICT อย่างแตกฉานจริงๆ ไม่ใช่แค่เปิด com หรือ เปิด facebook เป็นก็มาเป็นรัฐมนตรีได้อย่างที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทำ เพราะรัฐบาลต้องรู้ว่ากำลังสู้กับพวกที่มีความรู้แต่โง่เขลาเบาปัญญา เหมือนที่โบราณท่านกล่าวไว้ว่า สู้กับคนฉลาดยังดีกว่าสู้กับคนโง่ที่คิดว่าตัวเองฉลาดแถมแกมโกง

เปลี่ยนเถิดครับได้โปรด ผมไม่อยากให้พี่น้องเราต้องออกไปสู้รบกับความสาระเลวของพวกระยำพวกนี้อีก อย่าปล่อยโอกาสให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์เลยนะครับ ถ้ารัฐบาลสู้แล้วไม่ชนะผมยินดีออกมาต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อีกครั้ง แต่ขอให้รัฐบาลได้สู้ก่อนอย่าปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรมเลย


สื่ออย่างช่อง 3 วันนี้ ผมว่าเดินมาผิดทางเรื่องการทำเรทติ้งข่าว...
By: โบกกรัก เว็บ PANTIP.COM

ทุกวันนี้ ดูสื่อช่อง 3 ที่สามารถทำเรทติ้งด้วยวิธีการ Reality ข่าว เพื่อให้ออก เป็นแบบ Drama เพื่อหวังชิงคนดูจากช่องอื่นๆ มันจะเป็นฆ่าตัวตายทางอ้อมหรือไม่

การเจาะไปยัง คนๆใด คนหนึ่ง เพื่อให้ คนดูข่าว อินกับข่าวในลักษณะ Drama ให้ประชาชนเกิดความสงสารคนในข่าวที่นำเสนอ มันเป็นเรื่องที่ดี แต่มันเป็นลักษณะข่าวในแบบ Micro ซึ่งเป็นการผิดวิสัยในการนำเสนอ เพราะ เป็นการทำให้คนดูข่าวเข้าใจอะไรแบบ ผิดๆ แทนที่จะเป็นการเสนอข่าวในภาพรวม หรือ Macro

การนำเสนอข่าวเป็นแบบเพียงแค่ จุดเล็กๆ จุดเดียวเพื่อเสนอสังคม เป็นสิ่งที่ดี แต่มันก็อาจจะเป็นข่าวที่เป็นในทางตรงกันข้ามกับคนในสังคมโดยรวม

การเสนอข่าว นาย "ก" เดือดร้อน นอนจมน้ำ รับประกันว่าได้เรทติ้ง การตาม นาย "ก" ไปรื้อ บิ๊กแบ๊ค เพราะความเดือดร้อน ยิ่งทำให้เรทติ้งพุ่งเป็นพลุ อาจจะทำให้คนที่อยู่ใต้เขื่อนเกิดความสงสัยเรื่องการเสนอข่าวด้านเดียวได้หรือไม่ เพราะ ล้างบ้านเสร็จไปได้วันเดียว พอเปิดบิ๊คแบ๊ค น้ำท่วมบ้านอีก

ผมเอง เพิ่งจะเห็น สื่ออย่างช่อง 3 นี่แหละ ที่รับบริจาคเงิน แล้วมีคนมาบริจาคที่เป็นเงินสด กว่า 300 ล้านบาท ไม่รวม อาหารสด ข้าวสาร อาหารแห้ง ที่ ช่อง 3 ไม่สามารถตีเป็นเงินได้ เงินเหล่านี้ใครจะเป็นผู้ตรวจสอบการใช้จ่าย

ผมเห็นอุทกภัยเกิดขึ้นในอเมริกา หลาย ต่อ หลายครั้ง ไม่เห็น สื่อยักษ์ใหญ่อย่าง CNN หรือ ABC ออกมาเรี่ยไร เงินบริจาคจากประชาชน เพราะ ไม่ใช่หน้าที่สื่อ

กรณีเช่นนี้ หน้าที่หลักอย่าง CNN หรือ ABC มีเพียงสื่อให้ประชาชนรู้ช่องทางการบริจาคผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

เพราะ สื่อมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่าย ไม่ได้มีหน้าที่ใช้จ่ายเงินบริจาคเสียเอง คนบริจาคก็ชอบบริจาคผ่านสื่อ เพราะ ได้หน้า ได้เห็นชื่อออกทีวี หรือ เพราะสะดวก ซึ่งอะไรก็แล้วแต่

ถ้ามีใครนำประเด็นเรื่องการตรวจสอบการใช้จ่ายของช่อง 3 เรื่องการนำเงินบริจาคกว่า 300 ล้านบาทขึ้นมาแฉ วันนั้นแหละเราจะเห็นปลาตายน้ำตื้น!!


ละเมอว่ามีทักษิณ...
By: คอลัมน์ ชกไม่มีมุม วงค์ ตาวัน
ข่าวสดรายวัน ปีที่ 21 ฉบับที่ 7663 วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554


สรุปแล้ว พรรคการเมือง กลุ่มม็อบ ที่จุดชนวนต่อต้านอภัยโทษทักษิณ มีข้อมูลลึกล้ำแม่นยำมาจากไหนหรือจึงกล้าหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาจุดประเด็น ประกาศเคลื่อนไหวอึกทึกครึกโครม ทั้งที่ไม่มีมูลความจริง

สุดท้ายก็ถอยไปอย่างเงียบๆ จ๋อยๆ

ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงไม่มีอะไรบ่งชี้เลยแม้แต่น้อย

หรือว่าทั้งชีวิตนี้มีอยู่เรื่องเดียว ที่พอจะทำให้ตัวเองมีลมหายใจอยู่ได้

นั่นคือ ต้องต่อต้านทักษิณ

รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีหน้าที่ต้องดำเนินการพิจารณาร่าง พรฎ.พระราชทานอภัยโทษ ในวาระวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม

แล้ววาระแบบนี้ ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องเป็นการพิจารณาลับ

ยังไม่ทันมีใครรู้ข้อเท็จจริงเลยแม้แต่น้อย

ก็หยิบชื่อทักษิณขึ้นมาด่า แล้วเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์สาดเสียเทเสีย

ในวาระมหามงคลทุกครั้งรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่นี้ โดยมีนักโทษในเรือนจำที่ประพฤติดีหลายหมื่นคนเฝ้ารอคอยความหวังอยู่

แต่จู่ๆ มีคนละเมอขึ้นมาว่า ต้องมีชื่อทักษิณ!?!

เพียงเท่านี้แหละก็แตกฮือ เหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ วิ่งพล่านกันไปทั่ว

ลงเอยก็จบๆกันไป เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าไม่มีทักษิณเกี่ยวข้องหรือได้ประโยชน์อย่างแน่นอน!

แต่ว่ากันว่า เพราะมีคนวางหมากไปไกล

หวังว่าจะใช้เรื่องนี้แหละล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ได้

คิดล้ม โดยไม่เกรงใจประชาชนกว่า 15 ล้านเสียงเพิ่งเลือกรัฐบาลนี้เข้ามาได้ไม่กี่เดือน!

ดูกันให้ลึกๆ บรรดากลุ่มคนที่ต่อต้านรัฐบาลนี้ ลึกๆ คือจิตใจฝักใฝ่เผด็จการเต็มตัวทั้งสิ้น

เพราะถ้าปล่อยให้ประชาชนคนส่วนใหญ่กำหนดรัฐบาลผ่านการเลือกตั้ง พวกนี้ไม่มีทางได้รัฐบาลที่ตนเองสามารถครอบงำชักใยได้

ไอ้ที่รูปหล่อพูดเก่ง อย่าหลงตัวเองนักเลย จริงๆแล้วเป็นแค่หุ่นเชิดชั้นดี กลุ่มอำนาจนอกระบบเลยชอบ

ขณะที่นายกฯ จากคะแนนเสียงประชาชนจริงๆ ไร้ประโยชน์ เพราะมือที่มองไม่เห็น ไม่อาจกำหนดได้

พวกนี้เลยคิดล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้งอยู่ทุกลมหายใจ

คิดอะไรไม่ออกก็กุเรื่องทักษิณขึ้นมาไว้ก่อน ง่ายสุด!

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

66> "น้ำตาแห่งความปลื้มปิติ"ที่นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.54

ลืมกันหรือยัง...เมื่อ"กบฏ"ออกกฎหมายอภัยโทษให้ตัวเอง

หลัง 19 กันยายน 2549 สิ่งแรกที่ คปค. ประกาศคือ ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเสีย

แล้วใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตราที่สำคัญอย่างยิ่งคือ มาตรา 36 และ มาตรา 37

ในสถานการณ์ปัจจุบันขอยกแค่ มาตรา37 มาให้เปรียบเทียบ

"มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึด และควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 ของหัวหน้า และคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น

การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำหรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง"

* * * * *

อ่านกี่ครั้งกี่ครั้งผมก็อดสำลักความอยุติธรรมไม่ได้ เสมือนใครสักคนอัดกรวดทรายยัดลงลำคอทุกที

จริงๆแล้ว มาตรานี้เปรียบดั่งคำสารภาพผิดดีๆนี่เอง

ไหนอ้างว่าต้องทำเพื่อแก้ไขบ้านเมืองให้พ้นจากภัยพิบัติ เมื่อทำความดีแล้วจะผิดได้อย่างไร

แล้วใยจึ่งออกกฎหมายอภัยโทษให้ตนเอง?????

วิถีชน prachatalk.com 17พ.ย.2554

* * * * *

เขาเอามายัดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เรียบร้อยแล้วครับ ไม่ใช่แค่ประกาศ คปค.อย่างเดียว โดยยกเอา ฉบับชั่วคราว มารับรองถาวรจนถึงวันนี้

มาตรา 309 บรรดาการใดๆที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
มีชัย ฤชุพันธุ์

@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ 027 Pictures...Bangkok Underwater 26 October 2011
@ 029 ชมภาพชุด! นายกฯปูลงเรือเยี่ยมประชาชนเขตดอนเมืองที่ถูกน้ำท่วมขัง...และภาพสวยๆจากสื่อมะกัน
@ 06 ทหารลูกผู้ชายจริง มีหรือไม่? นายกฯปู..จะเรียกตัวมาใช้งานได้ถูก..คน
@ 07 อ.จูงลา จะล่ารายชื่อไล่นายกฯปู ถาม ปชช. 16 ล้านเสียง หรือยัง???
@ ด้วยความเคารพ...ผมรู้สึกว่าพวกกระบวนการโป้งๆชึ่ง มันอยากให้กรุงเทพฯวิบัติจากน้ำท่วม
@ ชมภาพสวยๆทั้ง 3 ชุด บาหลี-ต้อนรับฮิลลารี-บันคีมูนที่ทำเนียบฯ



"ยิ่งลักษณ์" น้ำตาคลอ ย้ำไม่เคยท้อเพราะได้กำลังใจจากประชาชน ให้คำมั่นจะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างเร็วที่สุด
By: มติชน แมวน้ำสีคราม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาไทย(มท.) นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เดินทางมายังบริเวณลานหน้าศากลางจังหวัดนครสวรรค์เยี่ยมชมการจัดกิจกรรม "บำบัดทุกข์ บำรุง ราษฎร์-รัฐรวมใจ เพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.นครสวรรค์" ซึ่งมีประชาชนจากอำเภอต่างๆ จำนวนมากมาให้กำลังใจ


นายกฯยิ่งลักษณ์ ได้รับมอบสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคตามแผนฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด มอบเมล็ดพันธุ์พืชแก่ตัวแทนเกษตรกร และมอบเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 36,498 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 182 ล้านบาทเศษ


นายกฯยิ่งลักษณ์ ได้ทักทายประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม และได้ร่วมประกอบอาหารกลางวัน คือ ผัดกระเพราหมูสับ และตักแจกจ่ายให้ประชาชนมารอรับข้าวกล่องจากนายกจำนวนมาก



นายกฯยิ่งลักษณ์ กล่าวปราศรัยทักทายว่า ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ชาวนครสวรรค์ต้องประสบอุทกภัย รัฐบาลทราบดีว่าประชาชนเดือดร้อนขนาดไหน การที่ได้เดินทางกลับมานครสวรรค์วันนี้รู้สึกดีใจ ที่น้ำที่เคยท่วมลดลง เห็นสีหน้าชาวบ้านยิ้มแย้มแจ่มใสอีกครั้ง สิ่งที่ผ่านมา 2 เดือนทำให้คนนครสวรรค์มีความเข้มแข็ง ที่ต้องต่อสู้กับมหาอุทกภัยครั้งนี้ น้ำท่วมในจังหวัดนครสวรรค์สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นคือความรัก ความสามัคคีของประชาชน ที่ร่วมกันต่อสู้ มีธารน้ำใจจากทุกภาคส่วนหลั่งไหลมาช่วยเหลือ


ยังมีอีกหลายจังหวัดที่น้ำยังท่วมอยู่ ซึ่งจะต้องร่วมกันต่อสู้อย่างชาวนครสวรรค์ ซึ่งเป็นต้นแบบของความอดทน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องฟื้นฟูจิตใจ ด้วยการทำความสะอาด และให้ความช่วยเหลือหลังน้ำลด นอกจากจะฟื้นฟูจิตใจคนไทยแล้วแล้ว ยังเป็นการฟื้นความเชื่อมั่นของคนไทยและความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ ที่กำลังจับตาดูการต่อสู้ปัญหาของคนไทยอยู่ ดังนั้นเราต้องสร้างความมั่นใจให้ชาวต่างชาติได้รับรู้


"การฟื้นฟูดูแล การเยียวยาให้ความช่วยเหลือ ถนนหนทางจะต้องทำให้เรียบร้อยภายใน 45 วัน ทุกอย่างต้องกลับสู่ภาวะปกติภายใน 45 วันจากนี้ เพราะประชาชนทนทุกข์มานานมานาน ขอยืนยันว่าดิฉันไม่เคยท้อถอย เพราะรู้ว่าทุกครั้งที่ท้อถอย ก็มีกำลังใจจากประชาชน ขอให้ชาวนครสวรรค์เป็นตัวอย่างของจังหวัดอื่นๆ ให้รู้ถึงความเข้มแข็ง ว่าเราจะฟื้นฟูและเดินหน้าทำให้ทุกอย่างเป็นปกติเหมือนเดิม ด้วยความสามัคคี และทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไป


วันนี้เราผ่านโรคร้ายมาแล้ว ถือเป็นวันดีที่จะทำให้จังหวัดนครสวรรค์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว" นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอเบ้า โดยน้ำเสียงของนายกรัฐมนตรีจะหายเป็นห้วงๆ ทำให้ผู้ร่วมงาน ส.ส.และรัฐมนตรีที่ยืนด้านหลังนายกฯ ถึงกับนิ่งเงียบ ก่อนที่จะมีเสียงตะโกน ขอให้นายกสู้ๆ ต่อไป และจบลงด้วยเสียงโห่ร้องให้กำลังใจนายกฯอย่างกึกก้องจากประชาชนชาวนครสวรรค์...


จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกองทัพที่เป็นกำลังหลักในการช่วยเหลือประชาชนจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้

นอกจากนายกฯยิ่งลักษณ์ จะเดินทักทายกับประชาชนแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมกิจกรรมทาสีบ้านของ น.ส.ณัฐนันท์ ศิริวรรณ และ นางทัศนีย์ ศิริวรรณ ชาวชุมชนวัดพรมจริยาวาส ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมด้วย ก่อนจะนั่งรถตรวจความเสียหายและการฟื้นฟูหลังน้ำลดภายในตัวเมืองนครสวรรค์ จากนั้นจึงเดินทางกลับ


Comment...

เมื่อผมได้เห็นน้ำตาจากผู้นำหญิงใจเพชร ผู้ที่ไม่เคยโทษ ไม่เคยให้ร้ายใคร เธอเพียงมุ่งไปข้างหน้าเพราะเห็นแก่ความสำคัญของประชาชนมาก่อนสิ่งอื่นใด เป็นน้ำตาที่หลั่งด้วยความเสียใจต่อการสูญเสียและบอบช้ำของประชาชน เห็นแล้วตื้นตันใจครับ...นายกหญิงแกร่ง"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"

และผมอยากจะบอกว่า...

"ผมและครอบครัวตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเธอเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย..."




ภาพกษัตริย์และราชินีนอร์เวย์ทรงซับน้ำตา ขณะเสด็จไปร่วมพิธีไว้อาลัยให้กับเหยื่อในเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชน 93 ศพ

อัลบั้มภาพน้ำตาผู้นำ...คลิกที่นี่

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า

"ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ล้วนแต่ต้องหลั่งน้ำตาและสะเทือนใจกับความทุกข์ยากของประชาชน มีแต่เผด็จการและทรราชย์เท่านั้นที่เพิกเฉยกับการบาดเจ็บและล้มตายของราษฎร"

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

65> ความลับไม่มีในโลก...ในที่สุด ข้อสงสัย"ปล่อยน้ำเพื่อฆ่ายิ่งลักษณ์" ก็เป็นความจริง

@ 026 โตไปไม่โกง???
@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ 01 คุณปูครับ...ปรับเปลี่ยนงาน ปชส.ของรัฐบาลและ ศปภ.ได้แล้ว
@ Pictures...Bangkok Underwater 26 October 2011
@ 77 ดูคลิปวีดีโอชัดๆ "นายกฯยิ่งลักษณ์" ยิ้มทั้งน้ำตา ไม่ท้อ(ค่ะ) ไม่ร้องไห้ ... ต้องเข้มแข็ง
@ หลังน้ำลด แนะนายกฯปูจัดให้หนัก "เคลียร์บิล" ยกเครื่อง
@ 03 สองเขื่อนยักษ์ ปริศนาลับ! กำจัดปู! บทพิสูจน์น้ำ"หมื่นล้านคิว" มาจากไหน? ใครวางงาน?
@ Login"เรารักความดี" โต้กลับ ปชป. "ใครกันแน่ที่บริหารน้ำผิดพลาด"
@ 029 ชมภาพชุด! นายกฯปูลงเรือเยี่ยมประชาชนเขตดอนเมืองที่ถูกน้ำท่วมขัง...และภาพสวยๆจากสื่อมะกัน



ในที่สุด ข้อสงสัย"ปล่อยน้ำเพื่อฆ่ายิ่งลักษณ์" ก็เป็นความจริง
By: ปลายอ้อกอแขม

ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิด มันจะมิดได้อย่างไร ที่สุภาษิตไทยว่าไว้ ก็เป็นความจริง ว่าน้ำท่วมใหญ่ขนาดนี้ มันต้องมีสาเหตุ ถึงแม้ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติส่วนหนึ่งก็จริง แต่ในที่สุด ก็รู้จนได้ว่ามันเป็นภัยจากน้ำมือมนุษย์ร่วมกระทำด้วย...สาระเลว

ที่พูดๆกันว่า ท่วมครั้งนี้เป็นน้ำท่วมการเมือง ที่พูดกันว่าปล่อยน้ำเพื่อฆ่ายิ่งลักษณ์ ที่พูดว่าปล่อยน้ำเพื่อทำลายรัฐบาล ของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช เมื่อวันก่อน ทั้งหมดล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น...ชัดครับ!

กรุณาอ่านข่าวที่ผมแปะลิ้งค์ไว้สักนิดครับ แล้วท่านจะซาบซึ้ง มาถึงบางอ้อ แล้วเลยต่อมาบางพลัดที่น้ำกำลังท่วมอยู่...จากมติชน

"เจ๊ะอามิง" หอบข้อมูลแฉรัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารน้ำผิดพลาด กักน้ำจนเขื่อนวิกฤต

นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง รมช.มหาดไทยเงาพรรคประชาธิปัตย์ นำสถิติระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อให้เห็นว่าระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลยุคที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บริหารงานสูงถึง 9 พันล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่ 3 สิงหาคม แต่ปล่อยให้น้ำสูงถึง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรจึงค่อยปล่อยน้ำออกมา แตกต่างจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่จะพร่องน้ำจากเขื่อนเมื่อระดับน้ำสูงไม่เกิน 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทำไมรัฐบาลชุดนี้กับปล่อยให้ระดับน้ำสูง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรค่อยปล่อยน้ำ ถือว่าเกินระดับที่เขื่อนจะรับไหว เท่ากับตั้งใจให้เกิดน้ำท่วมใช่หรือไม่

สิ่งที่พูดไม่ใช่การโยนความผิดไปมา เพราะข้อมูลนำมาจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ที่http//tiwrm.haii.or.th แต่ก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะปิดข้อมูลน้ำที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวหรือยัง

คำพูดนี้ ถ้าคนที่ยังมีสติบริบูรณ์แล้ว คงจะไม่พูด เพราะมันเป็นการฆ่าตัวเอง แต่เพราะเทพยดา พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมืองพระทรงเมือง ที่ปกปักรักษาประเทศไทย ได้ดลใจให้คนชั่วเปิดเผยตัวเองออกมา เพื่อให้คนได้รู้ได้เห็นว่า อ้ายพวกนี้คือคนชั่วที่แฝงตัวเป็นนักการเมือง แต่กลับทำร้ายประชาชน ทำร้ายพี่น้องไทยกันเองอย่างสาหัส เพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น..เทวดาก็ทนไม่ได้

เทพยดาดลใจให้นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง พูดเพื่อเปิดเผยความเลวชั่วของพรรคการเมืองของตนเอง ที่ทำร้ายประชาชน จนหมดเปลือก...ดังนี้

1. วันที่ 3 สิงหา น้ำในเขื่อนภูมิพลสูง 9 พันล้านลูกบาศก์เมตร
2. ปล่อยให้น้ำสูงถึง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร
3. ถ้าเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะรีบพร่องน้ำจากเขื่อนเมื่อระดับสูงไม่เกิน 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร

นั่น ก็หมายความว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งใจให้เกิดน้ำท่วมใช่หรือไม่...สรุปว่าเล๊วเลว!

ถ้าใคร ไม่มีความจำสั้นเหมือนปลาทอง ที่จำได้แค่ 4 วินาที แล้วก็ลืมหมด คงจำได้ว่านายกฯยิ่งลักษณ์ ผ่านการเป็นนายกฯตามกระบวนการรัฐธรรมนูญปี 50...อย่างไร?

3ก.ค.54 เลือกตั้งเสร็จ กว่า กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งใช้เวลา 30 วัน ก็ตรงกับวันที่ 3 สิงหา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังไม่ได้บริหารประเทศ...ใช่หรือไม่?

แล้วช่วงนั้น นายอภิสิทธิ์ ยังเป็นนายกฯรักษาการอยู่...ใช่หรือไม่?

วันที่ 8 สิงหาคม มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี...ใช่หรือไม่?

แล้วช่วงนั้น นายอภิสิทธิ์ ก็ยังเป็นนายกฯรักษาการอยู่...ใช่หรือไม่?

วันที่ 8-22 สิงหาคม มีการจัดทำกรอบนโยบายบริหารประเทศของพรรคการเมือง เพื่อแถลงต่อรัฐสภา...ใช่หรือไม่?

แล้วช่วงนั้น นายอภิสิทธิ์ ก็ยังเป็นนายกฯรักษาการอยู่...ใช่หรือไม่?

วันที่ 23-25 สิงหาคม เป็นวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา มีการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลในสภาอยู่...ใช่หรือไม่?

แล้วช่วงนั้น นายอภิสิทธิ์ ก็ยังเป็นนายกฯรักษาการอยู่...ใช่หรือไม่?

วันที่ 26 สิงหาคม นายกฯยิ่งลักษณ์ประชุมข้าราชการระดับสูง เพื่อชี้แจงนโยบายของรัฐบาลต่อกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ...ใช่หรือไม่?

แล้ววันนั้น นายอภิสิทธิ์ ยังเป็นนายกฯรักษาการอยู่...หรือไม่?

จากวันที่ 3 กรกฎาคม-ถึงวันที่ 26 สิงหาคม ถือว่านายอภิสิทธิ์ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นนายกฯรักษาการอยู่ มีอำนาจสั่งการในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อยู่แล้ว แต่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี บริหารงานเต็มตัวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2554...ใช่มั๊ยครับ?

แล้วสิ่งที่นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง สส.ภาคใต้ รัฐมนตรีเงา ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำหลักฐานข้อมูลน้ำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน กล่าวหาว่ายิ่งลักษณ์ ตั้งใจให้เกิดน้ำท่วม...มันบ้าหรือเปล่า?

หากวันที่ 3 สิงหามีมวลน้ำในเขื่อนภูมิพล 9 พันล้านฯจริง แล้วเหตุไฉนนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นนายกฯรักษาการณ์อยู่ ทำไมไม่สั่งการให้"พร่อง"น้ำออกมา...ทำไมครับ?

จากวันที่ 3-26 สิงหาคม ก่อนที่ยิ่งลักษณ์จะเข้ามาบริหารงาน มวลน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่...อ้ายมาร์คมันทำอะไรอยู่?

เพื่อนๆครับ หากดูตามข้อมูลนี้ น้ำในเขื่อนสูงขึ้นมากตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ แต่มิได้มีการดำเนินการใดทั้งสิ้น ปล่อยให้น้ำล้นเขื่อนถึงระดับ 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์ จนมาถึงวันที่ยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารงานเต็มตัว เมื่อ 27 สิงหา ยิ่งลักษณ์จึงเริ่มดำเนินการ...แล้วมาด่ายิ่งลักษณ์ว่าต้องการให้น้ำท่วม!

ดีนะ ที่เทวดาดลใจให้คนชั่วมันอ้าปากพูดความจริง เข้าใจว่ามันคงอยากจะพูดอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่อย่างนี้ แต่เทวดาดลใจให้มันพูดออกมาอีกอย่างนี้ เพื่อประจานความเลวชั่วของพวกมัน...ด้วยปากของพวกมัน

ความจริงเปิดเผยแล้วครับ ความจริงที่ว่า "ใครวางยา"หวังทำลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ให้จมน้ำตาย น้ำท่วมการเมือง เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องร่วมชาติแต่อย่างใด เพื่อที่พวกมันจะได้กลับมาเสวยอำนาจอีกครั้ง...เห็นแล้วใช่มั๊ย!!!





ตอนนี้"พวกเขา"กลัวยิ่งลักษณ์มากกว่าทักษิณ
(กระทู้ที่โพสต์แล้วโดนลบ 2 ครั้งในราชดำเนิน พันติ๊บ)
By: บุคคลไปทั่ว 03 November 2011

ตามหัวข้อกระทู้ที่จั่วไว้นั้นเป็นเรื่องจริงครับ เพราะผมมีพรรคพวกเป็นเพื่อนสนิทกับคนในพรรคเก่าแก่หลายคน

สมัยทักษิณตั้งพรรคใหม่แล้วชนะเลือกตั้ง "พวกเขา" เกิดอาการงงและตกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะสรุปว่า

"คนไทยเห่อของใหม่"

พร้อมทั้งปรามาสว่า "ไอ้หน้าจืด" (ตอนนั้นฉายาหน้าเหลี่ยมยังไม่เกิด) ที่เป็นพ่อค้า ไม่มีประสบการณ์การเมืองจะไปได้สักกี่น้ำ แถมนโยบายก็เพ้อเจ้อ เพ้อฝัน พร้อมกับเอานโยบายมาแปะที่บันไดเดินเหยียบ หัวร่อต่อกระซิกกันคิกคัก

แต่พอทักษิณบริหารประเทศ เป็นรัฐบาลชุดแรกจากการเลือกตั้งที่อยู่ครบเทอม ก็เริ่มจะหัวเราะไม่ออก

พอเลือกตั้งครั้งที่สองทักษิณกลับมาอย่างถล่มทลาย การล้มรัฐบาลจึงเริ่มอย่างเป็นขบวนการอย่างเปิดเผย

แต่อย่าลืมว่า รัฐบาลทักษิณไม่ได้ล้มเพราะขบวนการเหล่านี้ แต่ล้มเพราะการยึดอำนาจเอาดื้อๆ ตอนเขาไม่อยู่ แต่การทำแบบนั้นมันใช้ไม่ได้ในปัจจุบันแล้ว

รัฐบาลสมัคร สมชายก็ไม่ได้ล้มลงเพราะขบวนการม็อบอะไรทั้งสิ้น แต่ล้มเพราะอะไรคงทราบกันดี ซึ่งวิธีเหล่านี้ไม่อาจหน้าด้านเอามาใช้ซ้ำสองได้อีกต่อไปแล้ว

เพราะไม่เพียงแต่ประชาชนจะรู้ทันเท่านั้น ต่างชาติก็จ้องมองอยู่อย่างตาไม่กระพริบ

สำหรับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ "พวกเขา" แม้มิได้ประมาทเนื่องจากบทเรียนจากพี่ชาย แต่ก็ยังประเมินเธอต่ำไปอีกจนได้

"พวกเขา" ปรามาส ดูเบา ในความเป็นผู้หญิงของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ คิดว่าอย่างไรผู้หญิงก็คงเป็นผู้หญิงวันยังค่ำ

พอเจอปัญหา เจอแรงกดดัน เจอการใส่ร้ายป้ายสี วิชามารเข้าก็คงจะถอดใจ ร้องไห้ขี้มูกโป่ง ถอนสมอไปเอง

แต่พวกเขาประเมินผิด เป็นอย่างไรท่านที่ติดตามข่าวสารข้อมูลการเมืองคงจะทราบดีอยู่แล้วโดยมิต้องอธิบายให้มากความ

ถึงวันนี้ "พวกเขา" จึงออกอาการพล่าน และออกหมัดสะเปะ สะปะ ตั้งแต่หัวแถวยันท้ายขบวน

กระทู้ในราชดำเนินพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

ทุกวันนี้ "พวกเขา" กลัวยิ่งลักษณ์ มากกว่า ทักษิณ เพราะเธอได้ซึมซับ หลอมหลวมเอาประสบการณ์ ข้อผิดพลาดมาหลอมรวมตกผลึกอยู่ในตัวเธอ

และสิ่งสำคัญที่ทักษิณไม่มี แต่ยิ่งลักษณ์มี นั่นก็คือ

ความเข้มแข็ง อดทน อดกลั้น และธาตุทรหดของ "เพศแม่" ที่ธรรมชาติประทานให้แก่ผู้หญิงทุกคน

ไม่งั้นโบราณคงไม่บอกหรอก "ดาบก็แกว่ง เปลก็ไกว"!!!!


วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554

64> ระหว่าง นายกฯอภิสิทธิ์ กับ นายกฯยิ่งลักษณ์ ใครควรถูกตำหนิมากกว่ากัน

@ 026 โตไปไม่โกง???
@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ "พนัส ทัศนียานนท์" อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.โต้15คำถามของอธิการนาซี และ แถลงการณ์กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน
@ ดูกันชัดๆๆๆๆๆ คำพิพากษาศาลฯยกฟ้อง ยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน19ก.ย.2549 แล้วผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
@ 01 คุณปูครับ...ปรับเปลี่ยนงาน ปชส.ของรัฐบาลและ ศปภ.ได้แล้ว
@ Pictures...Bangkok Underwater 26 October 2011
@ 77 ดูคลิปวีดีโอชัดๆ "นายกฯยิ่งลักษณ์" ยิ้มทั้งน้ำตา ไม่ท้อ(ค่ะ) ไม่ร้องไห้ ... ต้องเข้มแข็ง
@ หลังน้ำลด แนะนายกฯปูจัดให้หนัก "เคลียร์บิล" ยกเครื่อง
@ 03 สองเขื่อนยักษ์ ปริศนาลับ! กำจัดปู! บทพิสูจน์น้ำ"หมื่นล้านคิว" มาจากไหน? ใครวางงาน?





นายกฯของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน!!!

เห็นภาพ เห็นข่าวท่านนายกฯปู ลงพื้นที่คลอง 9 ใช้"สองมือเปล่าๆ"ที่มีสิบนิ้วนำหน้า ไหว้ขอร้อง เจรจากับชาวบ้านด้วยเหตุด้วยผล จนในที่สุดชาวบ้านก็ยอมให้ขุดเจาะถนนใช้ชุมชนของเขาเป็นทางผ่านของน้ำ

บอกตามตรงว่า น่าชื่นชม ชื่นใจมากๆ นี่แหละครับ "นายกฯของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน" โดยแท้จริง นายกฯที่มาจากฉันทานุมัติของประชาชน เขาต้องฟังเสียงประชาชน พูดคุยกับประชาชนด้วยเหตุด้วยผลแบบนี้ เพราะท่านนายกฯเชื่อว่า คนทุกคน มีเหตุ มีผล และสามารถพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ เรื่องนี้จึงจบลงด้วยความงดงาม ยินยอมพร้อมใจของทุกๆฝ่าย...



คนที่เอาเชื้อโรคมาปล่อย กับหมอที่รักษาช้า ใครควรถูกตำหนิ???
By: RedShirt Revolutionist

1. รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์: 17เม.ย.2554 (ดูช่วงที่ 2 อภิสิทธิ์คิดว่าจะเกิดภัยแล้ง)

ช่วงที่ 2 มีการสนทนาเรื่องภัยแล้ง --> เป็นความผิดพลาดของ กรมอุตุฯ นายกอภิสิทธิ์ กรมชลประทาน ที่คิดว่าปี 2554 จะเกิดภัยแล้ง
http://www.democrat.or.th/th/news-activity/article/detail.php?ID=8376
@ ถ้าpageถูกลบ คลิกดูที่นี่...

บางช่วงของการสนทนาเรื่องภัยแล้ง...

นายกรัฐมนตรี(นายอภิสิทธิ์): ...แต่ว่าวันนี้ที่คงจะต้องมาคุยกันเพราะว่าในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคนอาจจะมองข้ามไปว่าเรามีภัยแล้งเกิดขึ้นอยู่ 47 จังหวัด ขณะนี้ที่ถือว่าประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่ อยากให้ท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาได้ช่วยลองให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันและต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตโดยเฉพาะในปีนี้แนวโน้มจะเป็นอย่างไร เพราะว่าปีที่แล้ว ก็เหมือนกันครับเรามีน้ำท่วมใหญ่ปลายปี คนก็ลืมไปว่าก่อนหน้านั้นเรามีภัยแล้งค่อนข้างรุนแรงเทียบกันแล้วปีนี้แนวโน้มน่าจะเป็นอย่างไร

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา(นายต่อศักดิ์ วานิชขจร): ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ เอาจากเหตุการณ์น้ำท่วมทางใต้ก่อน ผมจะไล่จากภาคใต้ขึ้นมาภาคเหนือ ภาคใต้ของเราในขณะนี้ทั้งสองฝั่งถือว่าฝนปกติแล้ว จะเริ่มเข้าฤดูฝนโดยเริ่มจากภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือทางฝั่งอันดามันก่อนในช่วงของปลายเดือนเมษายน ส่วนทางด้านภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยหรือฝั่งตะวันออกนั้นจะขาดฝนหรือฝนตกน้อยไปจนถึงเดือนเกือบจะเดือนตุลาคม เพราะฉะนั้นภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทยจะต้องเตรียมตัวเรื่องการบริหารจัดการน้ำให้ดีโดยเฉพาะเรื่องของการขาดน้ำหรือภัยแล้ง ส่วนด้านภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งอันดามัน จะต้องเข้าสู่ฤดูฝนตามปกติของเขา แต่ว่าฝนก็ยังไม่น่าจะมากถึงขนาดเกิดอุทกภัยซ้ำขึ้นมาอีก จากนั้นจะมีฝนเคลื่อนขึ้นมาสู่ภาคกลางในเดือนพฤษภาคมและเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือ โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของประเทศจะต้องมีฝนตกมากในช่วงของเดือนพฤษภาคม ส่วนต่อจากนั้นในช่วงของมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม จะมีช่วงที่เรียกว่าฝนทิ้งช่วงสามารถที่จะเกิดภัยแล้งขึ้นหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะตอนบนของประเทศทางภาคเหนือทางภาคอีสาน ซึ่งอีสานตอนนี้บางที่ค่อนข้างจะแล้งมาก ๆ ดังนั้นเราต้องเตรียมตัวรับมือ เพราะว่าฝนที่จะเข้ามาอีกช่วงหนึ่งนั้นจะเป็นช่วงของกันยายน อันนั้นต้องระมัดระวังเรื่องของอุทกภัยอีกครั้งหนึ่ง ส่วนช่วงนี้ถึงช่วงเดือนกันยายนจะต้องรับมือเรื่องภัยแล้ง ซึ่งฝนที่เข้ามานั้นจะมีบ้างแต่ไม่เพียงพอกับการเกษตร อันนี้ต้องเตรียมรับมือ...

2. จึงทำให้มีการทำฝนเทียม ในระหว่าง เม.ย. ถึง ต.ค. 2554
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255404060184&tb=N255404&news_headline=%CB%B9%E8%C7%C2%BB
@ ถ้าpageถูกลบ คลิกดูที่นี่...

3. ทำให้เขื่อนกักเก็บน้ำแบบผิดปกติ โดยไม่ยอมผันน้ำออก
http://ichpp.egat.co.th/graphIN/hydro/bigdam.php?year=2011
@ ถ้าpageถูกลบ คลิกดูที่นี่...

4. ในขณะที่ปริมาณน้ำฝนปีนี้สูงมากกว่าทุกปี









ท่านนายกฯปูครับ จากคลิปนี้ดูตัวอย่างสะพานน้ำยกระดับข้ามถนนสุขุมวิทระบายน้ำจากสนามบินสุวรรณภูมิลงทะเลที่บางปู ประเทศไทยควรจะสร้างสะพานสำหรับส่งน้ำลงทะเลได้แล้ว


วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

63> นายกฯปูเฉียบขาด งัดม.31พ.ร.บ.ป้องกันฯยึดอำนาจ กทม.

@ 026 โตไปไม่โกง???
@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ "พนัส ทัศนียานนท์" อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.โต้15คำถามของอธิการนาซี และ แถลงการณ์กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน
@ ดูกันชัดๆๆๆๆๆ คำพิพากษาศาลฯยกฟ้อง ยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน19ก.ย.2549 แล้วผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
@ 01 คุณปูครับ...ปรับเปลี่ยนงาน ปชส.ของรัฐบาลและ ศปภ.ได้แล้ว
@ 02 ไอ้ชาติห-มาตัวไหนใส่ร้ายนายกฯปู มานี่มาดูให้เต็มตา...
@ Pictures...Bangkok Underwater 26 October 2011
@ 77 ดูคลิปวีดีโอชัดๆ "นายกฯยิ่งลักษณ์" ยิ้มทั้งน้ำตา ไม่ท้อ(ค่ะ) ไม่ร้องไห้ ... ต้องเข้มแข็ง








นายกฯปูเฉียบขาด งัดม.31พ.ร.บ.ป้องกันฯยึดอำนาจ กทม.

ส่งระดับรองอธิบดีมานั่งทำงานประจำที่ศาลาว่าการ กทม. พร้อมให้ศึกษาแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 ต.ค.ที่ประชุม ศปภ.ว่าด้วยการจัดโครงสร้างเพื่อรองรับการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี กรณีสถานการณ์สาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง ตามมาตรา 31 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ทีมเสนาธิการทหาร ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมประชุม

มีผลสรุปทั้งสิ้น 14 ข้อ แต่สาระสำคัญคือ

ข้อที่ 2 ระบุให้การใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีผ่าน ศปภ.

ทั้งนี้ให้มี ศปภ.ส่วนหน้าโดยนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับประสานการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. โดย ศปภ.จะเป็นผู้สนับสนุนเสนอแนะการปฏิบัติงานของ กทม. ทั้งนี้การประสานสั่งการใดๆ ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมีเฉพาะคำสั่งจาก ศปภ.เท่านั้น และ

3. ให้มี ศปภ.ส่วนหน้าในการดูแลฝั่งตะวันออก โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้กำกับดูแล โดยจะสื่อสารผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์หรือโทรศัพท์แล้วแต่กรณี

นอกจากนี้ข้อที่ 5. ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบอธิบดีในสังกัดกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติงานที่ ศปภ.ส่วนหน้า ที่ห้องสุทัศน์ ชั้น 2 ตึกดำ ศาลาว่าการ กทม.ในวันที่ 22 ต.ค.เวลา 08.30 น.เป็นต้นไป พร้อมให้อธิบดีในสังกัดกระทรวงมหาดไทยศึกษาแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.ปี 2553-2557

นอกจากข้อนี้ 8. ให้ทุกหน่วยงานของมหาดไทย ที่มีหน่วยงานในสังกัดตั้งอยู่ในเขต กทม.ดูแลป้องกันสถานที่ราชการของตนเองเพื่อป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย

ข้อ 12. ในการไปปฏิบัติงานในวันที่ 22 ต.ค.ให้อธิบดีและผู้ว่าการฯของรัฐวิสาหกิจในสังกัดมหาดไทยหรือระดับรอง อธิบดีที่มีอำนาจตัดสินใจไปร่วมปรึกษาหารือโดยเฉพาะกับการไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง ให้ผู้ว่าการฯไปด้วยตนเอง

และข้อ 14. ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำที่ ศอส.ของมหาดไทย โดยให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปบ้างเป็นครั้งคราวกรณีหากมีการนำเสนอที่สำคัญ ทั้งนี้ให้นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผวจ.ฉะเชิงเทรา รักษาราชการรองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปประจำที่ศาลาว่าการ กทม.ในวันที่ 22 ต.ค.ด้วย

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่าเมื่อเวลา 18.30 น. ที่ ศปภ.บริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน ) ได้ประกาศแจ้งผู้ที่จะเดินทางเข้าออกภายในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง อาจไม่ได้รับความสะดวก เนื่องจากการท่าอากาศยานจะเริ่มวางแนวกระสอบทราย ตลอดประตูทางเข้าออกริมถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่ประตู 1-9 ความสูง 50 เซนติเมตร เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่จะเข้าสู่กทม.ชั้นใน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ ทอท.ระบุว่าเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากท่าอากาศยานดอนเมืองยังมีผู้โดยสารเครื่องบินต้องเดินทางเข้า ออกอยู่ตลอด อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ ศปภ. ซึ่งเป็นศูนย์กลางบัญชาการแก้ปัญหาน้ำ

มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 บัญญัติไว้ว่า...

“ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจสั่งการผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมตลอดทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ที่กำหนดก็ได้ โดยให้มีอำนาจเช่นเดียวกับผู้บัญชาการตามาตรา 13 และผู้อำนวยการตามมาตรา 12 และมีอำนาจกำกับและควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บัญชาการ รองผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และเจ้าพนักงานในการดำเนินการตามมาตรา 25 มาตรา 28 และมาตรา 29 ด้วย

เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง แล้วแต่กรณี”

จะเห็นว่า...มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ไม่เหมือนกับการออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นการใช้บทบัญญัติทางกฎหมายในการบังคับใช้กับ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน มิใช่นำมาใช้บังคับตีกรอบกับ “ประชาชน” เหมือนอย่างเช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเคยประกาศใช้ในเหตุวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา

และในช่วงที่ภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรงเช่นนี้...เหตุผลที่ต้องใช้ มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ก็เพราะ...ไม่ต้องการให้ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ทำงานแบบเป็น “กบเลือกนาย” คือ ใครชอบหน้ากูก็ทำ...ใครไม่ชอบหน้ากูก็ไม่ทำ ซึ่งกฎหมายนี้มันมีบทลงโทษสำหรับ “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ที่ไม่ยอมฟังคำสั่ง “ผู้บังคับบัญชาสูงสุด” ซึ่งก็คือ นายกรัฐมนตรี

เพราะในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้...ทุกคนต้องสลัดทิ้งความรู้สึกส่วนตัว และหันมาร่วมมือทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน


น้ำไม่ได้ท่วมแค่ประเทศ แต่ท่วมผู้(พยายาม)นำประเทศด้วย
By: บ้านสวนธน

ปัญหาน้ำท่วมบานปลายค่อนประเทศ จะด้วยฝีมือธรรมชาติลงโทษ หรือน้ำมือมนุษย์ ฉวยโอกาส(หรือผสมโรง) ช่วงธรรมชาติเอาคืนมนุษย์ทั่วโลก (ที่ว่าบานปลาย เชื่อว่าคนคิดใช้น้ำสกัดดาวรุ่งกะพอแค่ขัดขาล้างบางรัฐบาล แต่มันลุกลามเกินความควบคุม พาเอาธุรกิจสารพัดชนิดของตัวเองบรรลัยไปเพราะน้ำด้วย ไม่ใช่แค่ประชาชนที่เดือดร้อนงานนี้ อำมาตย์ก็เจ็บหนัก 555)

บ้านเราต่างจากบ้านอื่นตรงที่ผู้นำประเทศ ไม่ได้มีแค่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น นายกฯยังต้องฟังคำสั่ง(หรือป่าว)ผู้(พยายาม)นำประเทศบางคนอยู่

นาทีนี้ ใครๆทั้งประเทศไทยก็รู้ว่า ผู้นำประเทศที่ประชาชนคนไทยเลือกมาชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กว่าจะรับตำแหน่งทำงานได้ก็หืดขึ้นคอ ไม่ทันข้ามเดือนก็เจอ ต้อนรับน้องใหม่(ถอดด้าม)ด้วยน้ำ น้ำปริมาณมหาศาลและวิชามารสารพัดทั้งกั้นทั้งกันทั้งกัก น้ำไม่ให้ได้ระบายลงทะเลตามที่ควรเป็น

กักเอาไว้กันเอาไว้เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับผู้(พยายาม)นำประเทศ เข้าตำรา คนกำลังเสื่อมก็มักจะทำอะไรที่ไม่คิดว่ามันจะทำให้ตัวเองเสื่อม สร้างความวิบัติให้กับตัวเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้องการทำลายสร้างศัตรู(ประชาชน) กลับกลายเป็นหยิบยื่นความวิบัติให้กับตัวเองไปซ่ะงั้น 555

๑. สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในใจคนที่ได้รับความเดือดร้อน(ไม่ใช่แค่คนเสื้อแดง)

๒. เปิดตาให้ความสว่างแก่ประชาชน(เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้) ว่าด้วยเรื่องความโหดเหี้ยม

๓. เปิดตาให้ประชาชนเห็นถึงความโลภ เป็นผู้รับส่วนใหญ่ แต่ให้ส่วนน้อย รับล้านจ่ายร้อย เอาบุญคุณพันล้าน

๔. เปิดตาให้ประชาชนเห็นความจงใจพยายามกีดขว้างการบริหารประเทศของรัฐบาล แผนสกัดดาวรุ่ง -กักน้ำให้ท่วมขังอย่างจงใจ ไม่ปล่อยให้ระบาย -ปล่อยน้ำเขื่อนอย่างจงใจให้วิบัติเดือดร้อน นอกจากไม่ยอมให้ระบาย

งานนี้ รัฐบาลของประชาชนที่มีผู้นำ ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับไปเต็มๆ ความชอบธรรม ความรักศรัทธาจากประชาชน เพราะทุกคนก็เห็นว่าเธอพยายามบำบัดทุกข์ให้กับประชาชน ถ้าไม่มีใครคอยขัดแข้งขัดขา เมื่อน้ำลด เธอจะสามารถบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ได้เต็มความสามารถ ถึงจะได้แค่ผ่อนหนักได้แค่เบาๆ แต่ประชาชนที่ได้รับความทุกข์อยู่ขณะนี้ก็จะยิ่งเป็นกำลังใจเอาใจช่วยให้เธอทำงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผ่อนความทุกข์ (จากที่ประชาชน ได้ฝากความหวังว่า ได้เธอมาจะทำให้ลืมตาอ้าปากได้ ก็ต้องลำบากกันหนักกว่าเดิม เพราะความมืดบอดบังตาบังใจผู้(เคย)มีอำนาจ)

ขอเตือน ผู้(พยายาม)นำประเทศ ยิ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมากเท่าไหร่ ความบรรลัยก็ยิ่งเปลี่ยนจากคืบคลาน ไปเป็นวิ่งเข้าหาพวกท่านเร็วกว่าที่คิด ยิ่งสายน้ำที่ท่านจงใจใช้เป็นเครื่องมือหรือไม่ก็ตามแรงเท่าไหร่ ทำลายล้างได้มากเท่าไหร่ ความร้าย ความแรงก็ย้อนกลับสู่ตัวท่านเท่านั้น

ยิ่งจงใจทำลายล้าง ยิ่งสร้างความแข็งแกร่ง งานนี้ ผู้(พยายาม)นำประเทศคงกำลังงงเป็นไก่ตาแตกไม่คิดว่ามือใหม่ในการบริหารงานราชการ(แต่เก่าในการบริหารธุรกิจ)อย่างยิ่งลักษณ์ จะงัดยาแรง ออกมาสู้กับการสั่งการสวนทางกับรัฐบาล อย่างที่เห็นรัฐบาลได้ออกคำสั่งเตือนภัยพิบัติร้ายแรง ตามมาตรา 31 ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 งานนี้ประชาชนทั่วประเทศ เขามองออกว่า ที่ทั้งล่มและจมน้ำอยู่ทุกวันนี้ เพราะข้าราชการไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลตามที่ควรจะเป็น เพราะต้องฟังคำสั่ง จาก...?????

ราชการทุกภาคส่วนมีความรู้ความสามารถในการรับมือปัญหา(หรือป่าว) มีคนมีความรู้ความสามารถชำนาญการ เชี่ยวชาญสารพัดเรื่อง ดร.ก็แทบจะเหยียบกันตายในแต่ละกรมกอง แต่ไม่มีความสามารถในการรับมือกับปัญหาความรุนแรงของน้ำได้เลย หรือว่าทำได้แต่ไม่ทำ

ความวิบัติมันไม่เลือกซ่ะด้วย น้ำก็เลือกไม่เป็นว่าใครเป็นใคร ก็เลยสร้างวิบัติกระจายให้อย่างทั่วถึงทุกผู้ทุกคน สร้างความเดือดร้อนให้เขา โดยลืมไปว่า ความเดือดร้อนนั้นก็จะย้อนถึงตัวเองด้วย







By: ปลายอ้อกอแขม

ว่ากันว่า คนเรานี่จะเห็นน้ำจิตน้ำใจซึ่งกัน ก็ต่อเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบความทุกข์ยากแสนสาหัส ซึ่งก็ตอนนี้แหละที่จะได้เห็นธาตุแท้ของคนว่าเขาคิดอย่างไรกับเรา จะมาดูใจหรือไม่ มาช่วยเหลือหรือเปล่า มาเยี่ยมมาเยือนบ้างหรือเปล่า..เพื่อนแท้ในยามทุกข์

เมื่อทักษิณพูดว่า “จะดูแลคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับแรก” พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาโจมตีทักษิณ อย่างรุนแรง กล่าวหาว่าแบ่งแยกประชาชน และพยายามยุยงให้คนเกลียดทักษิณ แต่ในที่สุดธาตุแท้ของคนประชาธิปัตย์ก็เผยออกมาให้เห็น...จะว่าไง?

วันนี้ ผู้ว่า กทม.หม่อมสุขุมพันธ์ ฟันธงเปรี้ยง “ผมรับผิดชอบต่อชาว กทม.ไม่ได้รับผิดชอบต่อคนทั้งชาติ” นับเป็นวาทะกรรมชิ้นเอกที่ต้องจดจำกันไปอีกนานแสนนาน...สำหรับคนต่างจังหวัด

ผู้ว่า กทม.พูดหลายครั้งหลายหนประมาณว่า “น้ำท่วมที่ไหนก็ท่วมไป ไม่เกี่ยว จะตายจะเดือดร้อนอย่างไร ไม่รู้ แต่ไม่ให้ท่วม กทม.เด็ดขาด เพราะคน กทม.เลือกผมมา แต่ถ้าน้ำท่วม กทม.ได้ ไม่ใช่ผม...เป็นเพราะรัฐบาล”

วันนี้ ภาพปรากฏชัดแล้วว่า สาเหตุที่น้ำท่วมภาคกลางเป็นเวลานานนั้น สาเหตุสำคัญก็คือกรุงเทพฯโดยผู้ว่า กทม.มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ โดยไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อให้น้ำผ่าน กทม.ออกสู่ทะเล จนเป็นเหตุให้น้ำท่วมขังอยู่ที่อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรีเป็นเวลานาน สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสต่อประชาชน...ใช่ไหมครับ ?

เป็นเพราะอยุธยา ปทุม นนทบุรี ไม่มี สส.ของพรรคประชาธิปัตย์เลย จึงเป็นเหตุให้ผู้ว่า กทม.ไม่สนใจ จะตายโหงตายกระเทียมอย่างไร ก็ช่างแม่มมัน...อย่างนั้นหรือครับ?

นี่แหละครับ จึงเป็นสาเหตุให้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องงัด พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มาตรา 31 มาใช้สั่งการเพื่อขจัดอุปสรรค ที่คอยขัดขวางการแก้ปัญหาให้กับประชาชนทั้งประเทศ...คือตัวผู้ว่า กทม.นี่เอง!

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

62> โชคดีของประเทศไทยที่มียิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ

@ 026 โตไปไม่โกง???
@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ "พนัส ทัศนียานนท์" อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.โต้15คำถามของอธิการนาซี และ แถลงการณ์กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน
@ ดูกันชัดๆๆๆๆๆ คำพิพากษาศาลฯยกฟ้อง ยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน19ก.ย.2549 แล้วผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
@ 01 คุณปูครับ...ปรับเปลี่ยนงาน ปชส.ของรัฐบาลและ ศปภ.ได้แล้ว





โชคดีของประเทศไทยที่มียิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ
By: ทวดเอง

บางคนคงคิดว่าผมอวยอย่างไม่ลืมหูลืมตา

บางคนอาจคิดว่าผมสติแตกไปแล้ว เมื่อเห็นรัฐบาลที่ตัวเองเลือกทำงานล้มเหลว

แต่ลองมาดูความคิดของผมบ้างนะครับ ว่าทำไมผมจึงพูดอย่างนั้น

ถ้าวันนี้ไม่ใช่เป็นคุณยิ่งลักษณ์ แต่เป็นคุณอภิสิทธิ์

เราคงไม่ได้เห็นนายกฯลงพื้นที่อย่างถี่ยิบ

เราคงไม่ได้เห็นนายกฯทำงานแม้กระทั่งวันหยุด

เราคงไม่ได้เห็นนายกฯที่ทำงานโดยไม่เน้นการสร้างภาพ

แต่เราจะเห็นนายกฯที่พาครอบครัวไปพักผ่อน แม้ประชาชนกำลังทุกข์หนักกับภัยธรรมชาติ

เราจะเห็นนายกฯยังคงขึ้นโพเดี้ยมเพื่อแสดงปาฐกถา

เราจะเห็นนายกฯที่ต่อว่าสื่อฯหรือหน่วยงานเอกชนที่ทำงานเกินหน้ารัฐบาล

เราจะเห็นนายกฯออกมาแก้ตัวเรื่องน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี

เราจะเห็นนายกฯต่อล้อต่อเถียงกับผู้ประสบภัย

เราจะเห็นนายกฯบอกให้ประชาชนต้องทำใจยอมรับในชะตากรรม น้ำมาเองเดี๋ยวก็ไปเอง

ท้ายสุดเมื่อทนคำตำหนิติเตียนไม่ได้ ก็จะโยนความผิดไปให้กับคุณทักษิณอีกก็เป็นได้นะครับ

ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่หลายฝ่ายมักออกมาพูดเรื่องการบริหารน้ำผิดพลาดนั้น ผมยังคงคิดว่า รัฐบาลที่เริ่มทำงานเพียงไม่ถึง 2 เดือนกับน้ำที่ท่วมมาก่อนร่วม 3 เดือน ก่อนหน้านี้รัฐบาลรักษาการทำอะไรกันอยู่ ทำไมเริ่มมาแสดงความห่วงใยก็ตอนเมื่อเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว แล้วจากปริมาณน้ำที่สะสมมาเป็นเวลานาน จะให้แก้ไขได้ภายในเดือนเดียว คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆดังที่หลายฝ่ายพยายามใช้น้ำลายในการแก้ไขปัญหาหรอกครับ

และการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมในครั้งนี้ มันก็ไม่ต่างกับการแก้ไขน้ำท่วมของรัฐบาลชุดไหนๆ เพราะประเทศไทยยังไม่เคยประสบกับปัญหาน้ำที่มากมายขนาดนี้ ส่วนใหญ่การแก้ไขปัญหาจึงเป็นการแก้ไปตามรูปแบบเดิมๆ เคยกั้นน้ำอย่างไรกั้นอย่างนั้น เคยใช้กระสอบทรายก็ยังคงใช้อย่างนั้น หน่วยงานที่แก้ไขป้องกันน้ำท่วมก็ชุดเดิมๆ ที่ใช้ก็รูปแบบเดิมๆ เพียงแต่ปัญหาครั้งนี้เป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุด ปัญหาต่างๆจึงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นผมจึงยังคงมั่นใจเป็นการส่วนตัวว่า ถึงอย่างไรการทำงานของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ก็มีความตั้งอกตั้งใจช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถมากกว่ารัฐบาลคุณอภิสิทธิ์แน่ๆครับ

มีสิ่งเดียวที่ควรตำหนิก็คือการทำงานอย่างไม่เป็นเอกภาพของ ศปภ. และการแถลงข่าวที่ยังสร้างความสับสนให้กับประชาชน สิ่งนี้คิดว่าต่อไปคงจะได้รับการแก้ไขที่ดีขึ้น

และที่ผมมั่นใจพอที่จะบอกว่า โชคดีของประเทศไทยที่มีคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯก็ไม่ได้พูดเกินจริง เพราะประเทศไทยมีตัวเลือกแค่สองคนที่จะเป็นนายกฯ

นายกฯคนหนึ่งเราก็ได้เห็นการแสดงฝีมือในการบริหารน้ำท่วม ขนาดเจอน้ำที่น้อยกว่านี้ถึง 3 เท่า ยังไม่สามารถเยียวยาผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึงจนถึงวันนี้ ได้แต่ใช้วาทกรรมต่างๆในการแก้ไขปัญหาในทุกเรื่อง จนประชาชนพากันยกให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านไปแล้ว

นายกฯคนใหม่ ถึงจะใหม่ถอดด้าม แต่ก็มีความสามารถในการดึงหน่วยงานทุกภาคส่วนมาร่วมกันทำงาน ไม่เคยใส่ใจว่าใครจะได้หน้า ขอแค่ประชาชนพ้นภัยให้เร็วที่สุด ไม่เคยท้อถอย แม้จะถูกหลายฝ่ายตำหนิติเตียนในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ไม่เคยคิดแก้ตัวในเรื่องความผิดพลาด และสิ่งสำคัญที่สุดของนายกฯคนนี้ก็คือไม่จองหองจนไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ผิดก็พร้อมจะแก้ไข ซึ่งหายากมากกับนายกฯประเทศไทย

ดังนั้นผมจึงคิดว่า นายกฯคนแรกเคยขอโอกาสทั้งๆที่ประชาชนไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่สามารถนำพาประเทศเดินไปข้างหน้า พอมาปีสอง ก็ยังคงขอโอกาสที่จะทำงานให้กับประเทศอีก แต่ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม นอกจาก"ดีแต่พูด"แล้ว ประชาชนก็ยังไม่เคยเห็นผลงานอะไรสักชิ้นเดียวที่ดีกว่าที่พูดไว้ แล้วยังสะเออะจะมาขอให้โอกาสอีกในการเลือกตั้ง และก็เป็นโชคดีของประเทศที่ไม่เปิดโอกาสให้อีกครั้ง ไม่เปิดโอกาสให้กับนายกฯที่คิดว่า มีแต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาไปได้ทุกอย่าง


ส่วนคุณยิ่งลักษณ์นิสิครับ น่าสนใจมาก สตรีที่ยอมอุทิศความสุขส่วนตัว เข้ามารับใช้ประชาชน ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความมุ่งมั่นในการทำงานจริงๆ แม้วันนี้จะล้มเหลวในการป้องกันน้ำท่วมก็ตาม แต่ยังมีโอกาสที่จะแสดงความเป็นผู้นำ ภายหลังจากภัยผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งที่ผมเชื่อก็คือการเยียวยาหลังน้ำท่วม รับรองว่าต้องดีกว่ารัฐบาลก่อนอย่างแน่นอน เพราะถึงตอนนั้นจึงจะเข้าสู่โหมดบริหารของนักบริหารอย่างแท้จริง และก็เป็นเวลาที่คุณยิ่งลักษณ์มีโอกาสตั้งหลักได้เสียที

และอีกหนึ่งความหวังของผมก็คือ การบูรณาการเรื่องการป้องกันน้ำท่วมอย่างถาวร(การวางระบบจัดการน้ำอย่างถาวร) ซึ่งผมเห็นถึงแววความมุ่งมั่นแล้ว ผมเชื่อมั่นอย่างไรไม่รู้ว่า คุณยิ่งลักษณ์จะต้องทำได้ จะต้องทำให้ประเทศไทยพ้นภัยจากน้ำท่วมอย่างถาวร

สุดท้ายผมก็ยังอยากให้กำลังใจคุณยิ่งลักษณ์อีกเสียงหนึ่ง ให้ทำหน้าที่ต่อไป และคงไม่ใช่ผมเพียงคนเดียว แต่ยังมีอีกมากมายดังที่ผลสำรวจออกมาแล้วว่า คะแนนความมุ่งมั่นได้ถึง 9 เต็ม 10 แม้คะแนนของ ศปภ.จะได้คะแนนแค่ 3 กว่าก็ตาม เพราะเมื่อเปรียบกับรัฐบาลชุดที่แล้ว มีโอกาสถึง 2 ปี ก็ยังไม่เคยเห็นโพลล์ให้คะแนนเกินครึ่งแม้แต่ครั้งเดียว

ดังนั้นผมจึงอยากตะโกนบอกคุณยิ่งลักษณ์ดังๆว่า สู้สู้ ครับ อย่าให้พวกเก่งแต่พูดมาพูดให้เสียกำลังใจนะครับ คุณยิ่งลักษณ์ ให้คิดไว้เสมอว่า อย่างน้อยมีคนไม่ต่ำกว่า 15 ล้านคนยังคอยให้กำลังใจอยู่นะครับ



วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

61> เปิดคำวินิจฉัยผู้พิพากษาเสียงส่วนน้อย ปฏิเสธอำนาจคณะรัฐประหาร!!!!!

@ ถ้ากลัวเด็กติดgame ก็ไปถามคนป่าแอฟริกัน หรือว่า พวกเด็กๆใน อูกันดา รวันดา นะครับ
@ 026 โตไปไม่โกง???
@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ "พนัส ทัศนียานนท์" อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.โต้15คำถามของอธิการนาซี และ แถลงการณ์กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน
@ ดูกันชัดๆๆๆๆๆ คำพิพากษาศาลฯยกฟ้อง ยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน19ก.ย.2549 แล้วผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
@ 01 คุณปูครับ...ปรับเปลี่ยนงาน ปชส.ของรัฐบาลและ ศปภ.ได้แล้ว





TheDailyDose ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2554


เปิดคำวินิจฉัยผู้พิพากษาเสียงส่วนน้อย ปฏิเสธอำนาจคณะรัฐประหาร!!!!!

"หากศาลรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชน จากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปักรักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ร่ำไป"...

28 กันยายน 2552 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติเสียงข้างมากพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเวลา5 ปี กรณีปกปิดข้อเท็จจริงในการยื่นบัญชีแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งยังพิพากษาให้มีโทษทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมีคำสั่งให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 4 พันบาท แต่โทษจำคุกให้รอไว้ก่อน 1 ปี

คดีดังกล่าว มี ป.ป.ช.เป็นผู้ร้อง โดยยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่า นายยงยุทธ อาจเข้าข่ายจงใจปกปิดการยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2548

ข่าวเลือนหายไปจากความสนใจอย่างเงียบเชียบในเวลาไม่นาน แม้แต่ตัวของนายยงยุทธเองก็น้อมรับคำวินิจฉัยอย่างไม่ยี่หระพร้อมกล่าวว่า "คมช.เข้ามา ผมก็ถูกดำเนินคดีโหลนึง วันนี้เป็นคดีที่ 4 ยังมีคดีที่เหลือต้องขึ้นศาลอีก รอดครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะรอดหรือไม่"

ทว่ามติของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองครั้งนี้ จะกลายเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์กระบวนการกฎหมายไทยที่ผู้พิพากษารายหนึ่งมีคำวินิจฉัยปฏิเสธอำนาจของคณะรัฐประหารอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมอ้างอิงหลักกฎหมายในการวินิจฉัยความไม่ชอบธรรมของคณะรัฐประหารผ่านคำวินิจฉัยส่วนตนซึ่งใช้ประกอบการลงมติตัดสินคดีดังกล่าว และนี่คือคำวินิจฉัยของผู้พิพากษาเสียงส่วนน้อย

"ส่วนหนึ่งจากคำวินิจฉัยส่วนตนของนายกีรติ กาญจนรินทร์ ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๙/๒๕๕๒"

...ปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีอำนาจฟ้อง (ยื่นคำร้อง) คดีนี้หรือไม่ เห็นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ศาลเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน ศาลจึงต้องใช้ อำนาจดังกล่าวเพื่อประชาชนอย่างสร้างสรรในการวินิจฉัยคดีเพื่อให้เกิดผลในทางที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และหากศาลไม่รับใช้ประชาชน ย่อมทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมถูกท้าทายและสั่นคลอน

นอกจากนี้ศาลควรมีบทบาทในการพิทักษ์ความชอบด้วยกฎหมายรวมถึงพันธกรณีในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อำนาจโดยมิชอบและพันธกรณีในการปกปักรักษาประชาธิปไตยด้วย

การได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยความไม่ยินยอมพร้อมใจจากประชาชนส่วนใหญ่ เท่ากับเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ย่อมเป็นการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย

หากศาลรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชน จากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปักรักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ร่ำไป ยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่องทางให้บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวยืมมือกฎหมายเข้ามาจัดการสิ่งต่างๆ

ข้อเท็จจริงเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ปัจจุบันอยู่ในกระแสโลกาภิวัตน์ นานาอารยะประเทศส่วนใหญ่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่ยอมรับอำนาจที่ได้มาจากการปฏิวัติหรือรัฐประหาร ฉะนั้นเมื่อกาละและเทศะในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้วจากอดีต ศาลจึงไม่อาจที่จะรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฎฐาธิปัตย์

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปเช่นกันว่า ผู้ร้องประกอบด้วยคณะกรรมการที่เป็นผลพวงของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) แต่ คปค. เป็นคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหาร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 จึงเป็นการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยดังเหตุผลข้างต้น ย่อมไม่อาจถือได้ว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แม้จะได้รับการนิรโทษกรรมภายหลังก็ตาม หาก่อให้เกิดอำนาจที่จะสั่งการหรือกระทำการใดอย่างรัฏฐาธิปัตย์

ผู้ร้องประกอบด้วยคณะบุคคลที่เป็นผลพวงของ คปค. ย่อมไม่มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช 2542 ด้วยเช่นกัน ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจฟ้อง (ยื่นคำร้อง) คดีนี้ อำนาจฟ้อง (ยื่นคำร้อง) เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัย เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ปัญหาว่าผู้คัดค้านจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบหรือไม่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

วินิจฉัยให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

นายกีรติ กาญจนรินทร์




หมายเหตุ คำวินิจฉัยมีทั้งหมด 10 หน้า ประชาไทลงเฉพาะคำวินิจฉัยหน้า 8-10 จากเนื้อหาทั้งหมด 10 หน้า เนื่องจากก่อนหน้านั้นเป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงในคำร้องของป.ป.ช.

Wed, 2009-11-04 22:39
http://www.prachatai.com/journal/2009/11/26459