PlayListนี้ เริ่มต้นด้วย "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน" เรียงลำดับตั้งแต่ ตอนแรก ถึง ตอนปัจจุบัน ..ท้ายเพลย์ลิสท์เป็นคลิป "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญกระทำขัดรัฐธรรมนูญ : จะทำอย่างไร?" วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.00 - 16.00 น. ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมสุโกศล (สยามซิตี้เดิม) คลิปนี้..วิทยากร รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นเริ่มนาที 0:14:24
คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...
หรือคลิกที่นี่.. @ AsiaUpdate "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน"

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

63> นายกฯปูเฉียบขาด งัดม.31พ.ร.บ.ป้องกันฯยึดอำนาจ กทม.

@ 026 โตไปไม่โกง???
@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ "พนัส ทัศนียานนท์" อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.โต้15คำถามของอธิการนาซี และ แถลงการณ์กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน
@ ดูกันชัดๆๆๆๆๆ คำพิพากษาศาลฯยกฟ้อง ยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน19ก.ย.2549 แล้วผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
@ 01 คุณปูครับ...ปรับเปลี่ยนงาน ปชส.ของรัฐบาลและ ศปภ.ได้แล้ว
@ 02 ไอ้ชาติห-มาตัวไหนใส่ร้ายนายกฯปู มานี่มาดูให้เต็มตา...
@ Pictures...Bangkok Underwater 26 October 2011
@ 77 ดูคลิปวีดีโอชัดๆ "นายกฯยิ่งลักษณ์" ยิ้มทั้งน้ำตา ไม่ท้อ(ค่ะ) ไม่ร้องไห้ ... ต้องเข้มแข็ง








นายกฯปูเฉียบขาด งัดม.31พ.ร.บ.ป้องกันฯยึดอำนาจ กทม.

ส่งระดับรองอธิบดีมานั่งทำงานประจำที่ศาลาว่าการ กทม. พร้อมให้ศึกษาแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 ต.ค.ที่ประชุม ศปภ.ว่าด้วยการจัดโครงสร้างเพื่อรองรับการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี กรณีสถานการณ์สาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง ตามมาตรา 31 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ทีมเสนาธิการทหาร ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมประชุม

มีผลสรุปทั้งสิ้น 14 ข้อ แต่สาระสำคัญคือ

ข้อที่ 2 ระบุให้การใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีผ่าน ศปภ.

ทั้งนี้ให้มี ศปภ.ส่วนหน้าโดยนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับประสานการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. โดย ศปภ.จะเป็นผู้สนับสนุนเสนอแนะการปฏิบัติงานของ กทม. ทั้งนี้การประสานสั่งการใดๆ ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมีเฉพาะคำสั่งจาก ศปภ.เท่านั้น และ

3. ให้มี ศปภ.ส่วนหน้าในการดูแลฝั่งตะวันออก โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้กำกับดูแล โดยจะสื่อสารผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์หรือโทรศัพท์แล้วแต่กรณี

นอกจากนี้ข้อที่ 5. ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบอธิบดีในสังกัดกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติงานที่ ศปภ.ส่วนหน้า ที่ห้องสุทัศน์ ชั้น 2 ตึกดำ ศาลาว่าการ กทม.ในวันที่ 22 ต.ค.เวลา 08.30 น.เป็นต้นไป พร้อมให้อธิบดีในสังกัดกระทรวงมหาดไทยศึกษาแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.ปี 2553-2557

นอกจากข้อนี้ 8. ให้ทุกหน่วยงานของมหาดไทย ที่มีหน่วยงานในสังกัดตั้งอยู่ในเขต กทม.ดูแลป้องกันสถานที่ราชการของตนเองเพื่อป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย

ข้อ 12. ในการไปปฏิบัติงานในวันที่ 22 ต.ค.ให้อธิบดีและผู้ว่าการฯของรัฐวิสาหกิจในสังกัดมหาดไทยหรือระดับรอง อธิบดีที่มีอำนาจตัดสินใจไปร่วมปรึกษาหารือโดยเฉพาะกับการไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง ให้ผู้ว่าการฯไปด้วยตนเอง

และข้อ 14. ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำที่ ศอส.ของมหาดไทย โดยให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปบ้างเป็นครั้งคราวกรณีหากมีการนำเสนอที่สำคัญ ทั้งนี้ให้นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผวจ.ฉะเชิงเทรา รักษาราชการรองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปประจำที่ศาลาว่าการ กทม.ในวันที่ 22 ต.ค.ด้วย

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่าเมื่อเวลา 18.30 น. ที่ ศปภ.บริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน ) ได้ประกาศแจ้งผู้ที่จะเดินทางเข้าออกภายในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง อาจไม่ได้รับความสะดวก เนื่องจากการท่าอากาศยานจะเริ่มวางแนวกระสอบทราย ตลอดประตูทางเข้าออกริมถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่ประตู 1-9 ความสูง 50 เซนติเมตร เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่จะเข้าสู่กทม.ชั้นใน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ ทอท.ระบุว่าเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากท่าอากาศยานดอนเมืองยังมีผู้โดยสารเครื่องบินต้องเดินทางเข้า ออกอยู่ตลอด อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ ศปภ. ซึ่งเป็นศูนย์กลางบัญชาการแก้ปัญหาน้ำ

มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 บัญญัติไว้ว่า...

“ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจสั่งการผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมตลอดทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ที่กำหนดก็ได้ โดยให้มีอำนาจเช่นเดียวกับผู้บัญชาการตามาตรา 13 และผู้อำนวยการตามมาตรา 12 และมีอำนาจกำกับและควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บัญชาการ รองผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และเจ้าพนักงานในการดำเนินการตามมาตรา 25 มาตรา 28 และมาตรา 29 ด้วย

เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง แล้วแต่กรณี”

จะเห็นว่า...มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ไม่เหมือนกับการออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นการใช้บทบัญญัติทางกฎหมายในการบังคับใช้กับ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน มิใช่นำมาใช้บังคับตีกรอบกับ “ประชาชน” เหมือนอย่างเช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเคยประกาศใช้ในเหตุวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา

และในช่วงที่ภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรงเช่นนี้...เหตุผลที่ต้องใช้ มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ก็เพราะ...ไม่ต้องการให้ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ทำงานแบบเป็น “กบเลือกนาย” คือ ใครชอบหน้ากูก็ทำ...ใครไม่ชอบหน้ากูก็ไม่ทำ ซึ่งกฎหมายนี้มันมีบทลงโทษสำหรับ “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ที่ไม่ยอมฟังคำสั่ง “ผู้บังคับบัญชาสูงสุด” ซึ่งก็คือ นายกรัฐมนตรี

เพราะในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้...ทุกคนต้องสลัดทิ้งความรู้สึกส่วนตัว และหันมาร่วมมือทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน


น้ำไม่ได้ท่วมแค่ประเทศ แต่ท่วมผู้(พยายาม)นำประเทศด้วย
By: บ้านสวนธน

ปัญหาน้ำท่วมบานปลายค่อนประเทศ จะด้วยฝีมือธรรมชาติลงโทษ หรือน้ำมือมนุษย์ ฉวยโอกาส(หรือผสมโรง) ช่วงธรรมชาติเอาคืนมนุษย์ทั่วโลก (ที่ว่าบานปลาย เชื่อว่าคนคิดใช้น้ำสกัดดาวรุ่งกะพอแค่ขัดขาล้างบางรัฐบาล แต่มันลุกลามเกินความควบคุม พาเอาธุรกิจสารพัดชนิดของตัวเองบรรลัยไปเพราะน้ำด้วย ไม่ใช่แค่ประชาชนที่เดือดร้อนงานนี้ อำมาตย์ก็เจ็บหนัก 555)

บ้านเราต่างจากบ้านอื่นตรงที่ผู้นำประเทศ ไม่ได้มีแค่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น นายกฯยังต้องฟังคำสั่ง(หรือป่าว)ผู้(พยายาม)นำประเทศบางคนอยู่

นาทีนี้ ใครๆทั้งประเทศไทยก็รู้ว่า ผู้นำประเทศที่ประชาชนคนไทยเลือกมาชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กว่าจะรับตำแหน่งทำงานได้ก็หืดขึ้นคอ ไม่ทันข้ามเดือนก็เจอ ต้อนรับน้องใหม่(ถอดด้าม)ด้วยน้ำ น้ำปริมาณมหาศาลและวิชามารสารพัดทั้งกั้นทั้งกันทั้งกัก น้ำไม่ให้ได้ระบายลงทะเลตามที่ควรเป็น

กักเอาไว้กันเอาไว้เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับผู้(พยายาม)นำประเทศ เข้าตำรา คนกำลังเสื่อมก็มักจะทำอะไรที่ไม่คิดว่ามันจะทำให้ตัวเองเสื่อม สร้างความวิบัติให้กับตัวเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้องการทำลายสร้างศัตรู(ประชาชน) กลับกลายเป็นหยิบยื่นความวิบัติให้กับตัวเองไปซ่ะงั้น 555

๑. สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในใจคนที่ได้รับความเดือดร้อน(ไม่ใช่แค่คนเสื้อแดง)

๒. เปิดตาให้ความสว่างแก่ประชาชน(เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้) ว่าด้วยเรื่องความโหดเหี้ยม

๓. เปิดตาให้ประชาชนเห็นถึงความโลภ เป็นผู้รับส่วนใหญ่ แต่ให้ส่วนน้อย รับล้านจ่ายร้อย เอาบุญคุณพันล้าน

๔. เปิดตาให้ประชาชนเห็นความจงใจพยายามกีดขว้างการบริหารประเทศของรัฐบาล แผนสกัดดาวรุ่ง -กักน้ำให้ท่วมขังอย่างจงใจ ไม่ปล่อยให้ระบาย -ปล่อยน้ำเขื่อนอย่างจงใจให้วิบัติเดือดร้อน นอกจากไม่ยอมให้ระบาย

งานนี้ รัฐบาลของประชาชนที่มีผู้นำ ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับไปเต็มๆ ความชอบธรรม ความรักศรัทธาจากประชาชน เพราะทุกคนก็เห็นว่าเธอพยายามบำบัดทุกข์ให้กับประชาชน ถ้าไม่มีใครคอยขัดแข้งขัดขา เมื่อน้ำลด เธอจะสามารถบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ได้เต็มความสามารถ ถึงจะได้แค่ผ่อนหนักได้แค่เบาๆ แต่ประชาชนที่ได้รับความทุกข์อยู่ขณะนี้ก็จะยิ่งเป็นกำลังใจเอาใจช่วยให้เธอทำงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผ่อนความทุกข์ (จากที่ประชาชน ได้ฝากความหวังว่า ได้เธอมาจะทำให้ลืมตาอ้าปากได้ ก็ต้องลำบากกันหนักกว่าเดิม เพราะความมืดบอดบังตาบังใจผู้(เคย)มีอำนาจ)

ขอเตือน ผู้(พยายาม)นำประเทศ ยิ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมากเท่าไหร่ ความบรรลัยก็ยิ่งเปลี่ยนจากคืบคลาน ไปเป็นวิ่งเข้าหาพวกท่านเร็วกว่าที่คิด ยิ่งสายน้ำที่ท่านจงใจใช้เป็นเครื่องมือหรือไม่ก็ตามแรงเท่าไหร่ ทำลายล้างได้มากเท่าไหร่ ความร้าย ความแรงก็ย้อนกลับสู่ตัวท่านเท่านั้น

ยิ่งจงใจทำลายล้าง ยิ่งสร้างความแข็งแกร่ง งานนี้ ผู้(พยายาม)นำประเทศคงกำลังงงเป็นไก่ตาแตกไม่คิดว่ามือใหม่ในการบริหารงานราชการ(แต่เก่าในการบริหารธุรกิจ)อย่างยิ่งลักษณ์ จะงัดยาแรง ออกมาสู้กับการสั่งการสวนทางกับรัฐบาล อย่างที่เห็นรัฐบาลได้ออกคำสั่งเตือนภัยพิบัติร้ายแรง ตามมาตรา 31 ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 งานนี้ประชาชนทั่วประเทศ เขามองออกว่า ที่ทั้งล่มและจมน้ำอยู่ทุกวันนี้ เพราะข้าราชการไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลตามที่ควรจะเป็น เพราะต้องฟังคำสั่ง จาก...?????

ราชการทุกภาคส่วนมีความรู้ความสามารถในการรับมือปัญหา(หรือป่าว) มีคนมีความรู้ความสามารถชำนาญการ เชี่ยวชาญสารพัดเรื่อง ดร.ก็แทบจะเหยียบกันตายในแต่ละกรมกอง แต่ไม่มีความสามารถในการรับมือกับปัญหาความรุนแรงของน้ำได้เลย หรือว่าทำได้แต่ไม่ทำ

ความวิบัติมันไม่เลือกซ่ะด้วย น้ำก็เลือกไม่เป็นว่าใครเป็นใคร ก็เลยสร้างวิบัติกระจายให้อย่างทั่วถึงทุกผู้ทุกคน สร้างความเดือดร้อนให้เขา โดยลืมไปว่า ความเดือดร้อนนั้นก็จะย้อนถึงตัวเองด้วย







By: ปลายอ้อกอแขม

ว่ากันว่า คนเรานี่จะเห็นน้ำจิตน้ำใจซึ่งกัน ก็ต่อเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบความทุกข์ยากแสนสาหัส ซึ่งก็ตอนนี้แหละที่จะได้เห็นธาตุแท้ของคนว่าเขาคิดอย่างไรกับเรา จะมาดูใจหรือไม่ มาช่วยเหลือหรือเปล่า มาเยี่ยมมาเยือนบ้างหรือเปล่า..เพื่อนแท้ในยามทุกข์

เมื่อทักษิณพูดว่า “จะดูแลคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับแรก” พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาโจมตีทักษิณ อย่างรุนแรง กล่าวหาว่าแบ่งแยกประชาชน และพยายามยุยงให้คนเกลียดทักษิณ แต่ในที่สุดธาตุแท้ของคนประชาธิปัตย์ก็เผยออกมาให้เห็น...จะว่าไง?

วันนี้ ผู้ว่า กทม.หม่อมสุขุมพันธ์ ฟันธงเปรี้ยง “ผมรับผิดชอบต่อชาว กทม.ไม่ได้รับผิดชอบต่อคนทั้งชาติ” นับเป็นวาทะกรรมชิ้นเอกที่ต้องจดจำกันไปอีกนานแสนนาน...สำหรับคนต่างจังหวัด

ผู้ว่า กทม.พูดหลายครั้งหลายหนประมาณว่า “น้ำท่วมที่ไหนก็ท่วมไป ไม่เกี่ยว จะตายจะเดือดร้อนอย่างไร ไม่รู้ แต่ไม่ให้ท่วม กทม.เด็ดขาด เพราะคน กทม.เลือกผมมา แต่ถ้าน้ำท่วม กทม.ได้ ไม่ใช่ผม...เป็นเพราะรัฐบาล”

วันนี้ ภาพปรากฏชัดแล้วว่า สาเหตุที่น้ำท่วมภาคกลางเป็นเวลานานนั้น สาเหตุสำคัญก็คือกรุงเทพฯโดยผู้ว่า กทม.มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ โดยไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อให้น้ำผ่าน กทม.ออกสู่ทะเล จนเป็นเหตุให้น้ำท่วมขังอยู่ที่อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรีเป็นเวลานาน สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสต่อประชาชน...ใช่ไหมครับ ?

เป็นเพราะอยุธยา ปทุม นนทบุรี ไม่มี สส.ของพรรคประชาธิปัตย์เลย จึงเป็นเหตุให้ผู้ว่า กทม.ไม่สนใจ จะตายโหงตายกระเทียมอย่างไร ก็ช่างแม่มมัน...อย่างนั้นหรือครับ?

นี่แหละครับ จึงเป็นสาเหตุให้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องงัด พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มาตรา 31 มาใช้สั่งการเพื่อขจัดอุปสรรค ที่คอยขัดขวางการแก้ปัญหาให้กับประชาชนทั้งประเทศ...คือตัวผู้ว่า กทม.นี่เอง!