PlayListนี้ เริ่มต้นด้วย "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน" เรียงลำดับตั้งแต่ ตอนแรก ถึง ตอนปัจจุบัน ..ท้ายเพลย์ลิสท์เป็นคลิป "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญกระทำขัดรัฐธรรมนูญ : จะทำอย่างไร?" วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.00 - 16.00 น. ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมสุโกศล (สยามซิตี้เดิม) คลิปนี้..วิทยากร รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นเริ่มนาที 0:14:24
คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...
หรือคลิกที่นี่.. @ AsiaUpdate "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน"

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

73> เรื่อง... ม.๑๑๒ ม.112 ม.๑๑๒ ม.112 ม.๑๑๒ ม.112

@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ 81 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร...‘ดรัมเมเยอร์-ไทยแลนด์แบนด์’
@ เมื่อผมไปอเมริกาครั้งแรกเมื่อเดือน มกราคมปี 1972.....ผมมีเงินติดตัวไป $80.00
@ 82 ชีวิตหมอที่ไม่ได้ไปอเมริกา By: kimeng suk
@ 54... "นายกฯปู" สวมชุดนักบินเหินฟ้าชมการใช้กำลังทางอากาศ
@ คลิปที่ทุกคนควรจะต้องดู ใครตกข่าว เชิญเข้ามาได้เลยค่ะ
@ สถานีรถไฟจีน แล้วลองย้อนมาดูเรา...
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน บรูไน, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ ชุดที่1
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน เวียดนาม ชุดที่2
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน สิงคโปร์ ชุดที่3
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน อินเดีย ชุดที่4
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน ฟิลิปปินส์ ชุดที่5
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์ร่วมประชุมที่สวิสเซอร์แลนด์ ชุดที่6
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน มาเลเซีย ชุดที่7

คลิกที่ภาพ...เพื่อดูขนาดที่ใหญ่ขึ้น @ โหลดเก็บไว้ในcomเชิญคลิกที่นี่...

คลิกที่ภาพ...เพื่อดูขนาดที่ใหญ่ขึ้น

เรื่อง... ม.๑๑๒ ม.112 ม.๑๑๒ ม.112 ม.๑๑๒ ม.112
By: ตระกองขวัญ เว็บpantip

หมายเหตุ จขกท. : กระทู้นี้ ผู้เขียนแสดงความคิดเห็นโดยการอิงหลักคิดของ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และ คณะนิติราษฎร์ ไม่ได้คิดเองล้วนๆ คิดไปเขียนไป ไม่มีการลอกของใครมาตัดแปะแล้วแอบอ้างว่าตัวเองคิดเองเขียนเองด้วย

วันนี้ สังคมไทยกำลังมีการปะทะกันทางความคิดเรื่อง ม.112 และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เรื่องรัฐธรรมนูญไม่เท่าไร อาจเป็นแค่เงื่อนไขทางการเมืองในการโค่นล้มกัน

แต่เรื่อง ม.112 ถูกขยายความ ตีความไปแบบเลยเถิด ชนิดสร้างกระแสให้ประชาชนออกมาตีกัน เรียกร้องให้ทหารปฏิวัติไปโน่นเลย

รักสถาบันซะจริงๆ รักชนิดยุให้คนออกมาฆ่ากัน ปกป้องมากถึงขนาดยุให้ทหารปฏิวัติ รักและปกป้องจริงๆ

มันจึงนำมาสู่ประเด็นที่ว่า คณะนิติราษฎร์เสนอหลักคิดเกี่ยวกับการแก้ไข ม.112 นี้ เป็นการปกป้องหรือเป็นการล้มกันแน่ ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับนิติราษฎร์ปกป้องหรือจ้องล้มอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์กันแน่

ขอวัดดวงในกระทู้นี้แหละครับ ว่าหล่อจะโดน 112 ไหม

ง่ายๆครับ วันนี้ประเทศของเราปกครองด้วยระบอบอะไร คำตอบก็คือ ระบอบประชาธิปไตย แล้วมีใครเป็นประมุขของประเทศ คำตอบก็คือพระมหากษัตริย์ ประเทศของเราจึงมีระบอบการปกครองที่เรียกว่า "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

โลกวันนี้ มันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร เป็นโลกเสรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสรีภาพของบุคคลนั้น ได้รับการยอมรับและคุ้มครองไปทั่วโลก ใครจะคิด จะพูด จะเขียน จะวิพากษ์วิจารณ์ใคร อะไร ทำได้ทั้งนั้น หากการกระทำนั้นไม่ใช่การดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือทำให้คนอื่นได้รับความเสียหาย

ตัดฉับ...

ม.112 ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหมวดความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อเป็นความมั่นคงแห่งชาติ คนไทยทุกคนจึงต้องมีหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ นี่ไงครับ ม.112 มันจึงอยู่ผิดที่ และถูกใช้ผิดทาง

นาย ก. หมิ่นประมาทนาย ข. นาย ค. ไปแจ้งความ ตำรวจไม่รับแจ้ง เพราะนาย ค. ไม่เกี่ยว แต่หากนาย ข. เป็นบุคคลที่ถือว่า "เป็นความมั่นคงแห่งชาติ" แล้ว ตำรวจก็ต้องรับแจ้ง เพราะนาย ค. ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติตามหน้าที่พลเมืองดี

พอนึกออกไหมครับ ว่ามันผิดที่ผิดทางตรงไหน อย่างไร

ตัดฉับ...

การแก้ไข ม.112 ก็คือการจัดกฎหมายให้ถูกที่ถูกทาง

ในสังคมโลกวันนี้ การอยู่ร่วมกันในสังคม มันควรต้องวิพากษ์วิจารณ์กันได้ แต่การวิพากษ์วิจารณ์นั้น มันต้องมีกรอบอันเหมาะสม หากเกินกรอบมันก็ควรโดนลงโทษ

หากวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ลองคิดดูนะครับ ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับคนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ขนาดไหน

นี่คือปัญหาที่คนส่วนหนึ่งที่บอกว่าปกป้องสถาบันไม่เข้าใจ อย่าลืมสิครับ พระยังมีศีลตั้ง 227 ข้อ แล้วคนธรรมดาน่ะ ไม่แม้กระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ จะเป็นอย่างไร

เพราะนิติราษฎร์เขามองเห็นตรงนี้ เขาจึงพยายามนำเสนอหลักคิดเรื่องนี้ ว่าควรจะแก้ไข ม.112 อย่างไร เอาไปไว้ไหน การแจ้งความฟ้องร้องดำเนินคดีควรเป็นหน้าที่ใคร ไม่ใช่ใครก็ได้อย่างในทุกวันนี้

ง่ายๆนะครับ (ง่ายๆอีกครั้ง เพราะหล่ออย่างผมมันชอบอะไรง่ายๆ แต่ผมไม่ใช่คนใจง่ายเด็ดขาด อย่ามาหลอกซะให้ยาก)

บางคนบอกว่า สถาบันดียังงั้นยังงี้ ไม่ควรถูกวิพากษ์วิจารณ์ ใครวิพากษ์วิจารณ์ต้องติดคุก

มันก็มีคำถามว่า หากดีอย่างที่อ้างแล้ว จะกลัวการวิพากษ์วิจารณ์ทำไม ใครจะมีอะไรไปวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน (ไม่ได้หมายถึงว่าสถาบันไม่ดีมีข้อเสียนะครับ แต่ในความหมายที่ว่า ดีแล้วย่อมไม่มีคำวิพากษ์ อย่างในหลวงของเรานี่ ทั่วโลกยอมรับ ไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่ดีเลย จนกระทั่งสี่ห้าปีมานี่ ต่างชาติก็วิจารณ์เรื่อง ม.112 - เห็นไหมล่ะครับ ว่า ม.112 นี่ ทำให้สถาบันเดือดร้อนหรือไม่)

คือในสังคมวันนี้ สังคมมันเปลี่ยนไปเยอะ การห้ามพูด ห้ามเขียน มันห้ามไม่ได้แล้ว ซึ่งยิ่งห้าม ยิ่งสร้างอาณาจักรแห่งความกลัว มันยิ่งเป็นผลเสีย ซึ่งจะนำไปสู่การแตกหักในวันหน้า

ฝากาต้มน้ำยังต้องมีรูให้ไอน้ำ

เราอยู่ในยุคประชาธิปไตยครับ ไม่ใช่ราชาธิปไตย

เอ... ถึงตรงนี้ หล่อจะโดนข้อหาล้มเจ้าไหมนี่ ทำไมสันหลังมันเย็นวาบๆ

ต้องแยกให้ออกนะครับ ระหว่างความดีของสถาบัน กับกฎหมายที่ใช้บังคับ ถ้ากฎหมายเป็นแบบพูดไม่ได้ เขียนไม่ได้ ติดคุก สถาบันเดือดร้อนครับ

ยากๆ (เอายากๆมั่ง) ถ้าให้วิพากษ์วิจารณ์ได้ แล้วจะไม่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันไปในทางเสียหายหรือ นั่นสิครับ แน่นอนครับ เมื่อวิพากษ์วิจารณ์ได้ ก็ย่อมต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางเสียหายแน่

แล้วจะป้องกันอย่างไร ก็ป้องกันอย่างทุกวันนี้สิครับ คือใครดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้าย ก็เข้าคุก

แล้วการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรล่ะที่ต้องการ?

ก็เช่น สถาบันยุ่งการเมืองไหม สถาบันทำธุรกิจไหม ฯลฯ การวิพากษ์วิจารณ์อย่างนี้ไม่ควรผิดนะครับ เป็นการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของสถาบัน เพราะสถาบันก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มีบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

อย่างที่ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้เคยให้ความเห็นไว้ครับ ในโลกยุคนี้สังคมสมัยนี้ สถาบันเองก็ต้องมีการปรับตัว เพื่อให้เหมาะกับสภาพสังคม

ความเห็นอย่างนี้ คือการจ้องล้มหรือปกป้องครับ?

ฝ่ายที่มองว่า สถาบันคือเทพน่ะ กำลังทำให้สถาบันเดือดร้อนครับ ฝ่ายที่มองว่าสถาบันควรถูกวิพากษ์ได้ กำลังปกป้องนะครับ

สมัยผมเป็นเด็ก ผมเคยอ่านหนังสือเรื่อง "พ่อแม่รังแกฉัน" อ่านแล้วทำให้ผมเป็นคนเกเรเลยครับ เพราะผมฉวยโอกาสว่า หากใครด่าว่าผมเกเร ผมก็จะโต้ว่า ไปด่าพ่อกับแม่โน่น ตามใจผมทำไม ผมทำอะไรก็ไม่ว่า คนอื่นว่าก็ไม่ได้ พ่อแม่ผมดุเอาหมด ผมจึงกลายเป็นคนเกเร

อ้าว นอกเรื่อง กลับ ๆ ๆ

สถาบันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานานครับ คนไทยขาดไม่ได้ และสถาบันก็วางตนอย่างเหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ จนได้รับการยกย่อง เคารพ รัก เทิดทูน

แต่วันนี้ กำลังมีคนบางกลุ่ม ที่กำลังทำให้สถาบันกลายเป็นเทพเจ้า ทำอะไรก็ได้ ใครว่าอะไรไม่ได้

ปกป้องหรือทำลายครับ?

คนไทยรักสถาบันครับ ต้องการสถาบัน แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่ายุคนี้ สังคมเปลี่ยน กาลเคลื่อน โลกหมุนเร็ว ทุกสิ่งต้องมีการปรับตัวให้เข้ายุคทันกาล

การแก้ไข ม.112 คือการแก้ไขกฎหมายให้เข้ากับสภาพของยุคสมัย ไม่ใช่การปล่อยให้ใครวิพากษ์วิจารณ์สถาบันอย่างไรก็ได้ ไม่ใช่การไม่เอาสถาบัน

ในวันนี้ คดีความผิดตามมาตรา 112 มีมากมาย ไม่ใช่เพราะใครโกรธ เกลียด ไม่รัก ไม่เอาสถาบันเลยครับ แต่เพราะมีเหตุจากการเมืองทั้งนั้น เพราะการเมืองจึงมีการใช้ ม.112 เป็นเครื่องมือทำลายกันทางการเมือง และผลเสียก็ตกอยู่กับสถาบัน

นิติราษฎร์และคนอื่นๆ เขามองเห็นตรงนี้ครับ เขาจึงพยายามนำเสนอหลักคิด นำเสนอให้มีการแก้ไข ม.112

มองให้ชัด แล้วจะเห็นว่าไม่ได้มีเจตนาหรืออะไรเกี่ยวข้องไปในทางไม่หวังดีกับสถาบันเลยสักนิด

สุดท้าย อยากให้ใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับกระทู้นี้ โปรดได้ไปอ่าน ไปฟัง พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 4 ธันวาคม 2548 ดูก่อนนะครับ

เรื่องรัฐธรรมนูญ ขอเอาไว้พรุ่งนี้ครับ แต่ไม่รับปาก อาจหยุดโพสต์สักสิบวัน เพื่อเตรียมทางหนีทีไล่

แอบมาซุ่ม อยู่ไหน อย่าทิ้งเมียคนนี้นะจ๊ะ

และอีกสุดท้าย ขอจบด้วยคำพูดของ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ว่า

"ผมรักประเทศนี้ แต่เราต้องการประเทศหรือบ้านที่มีสภาพแวดล้อมที่น่ารักกว่านี้ ที่คนมีเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ ถ้ามีเรื่องไม่เห็นด้วยก็แสดงความไม่เห็นด้วยออกมา ไม่ใช่ว่าพอเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์แล้วต้องเงียบ ฐานคิดของผมคือทำให้เราทุกคนมีความเป็นคนปกติในเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์เหมือนเรื่องอื่นๆ องค์กรสาธารณะอื่นๆ เมื่อไม่เห็นด้วยก็เถียงกันออกมา นี่คือความเป็นคนปกติธรรมดา แต่สถานะของสถาบันกษัตริย์มาถึงจุดที่ว่า เมื่อคุณจงรักภักดีมาก แล้วพอมีคนไม่เห็นด้วยแล้วคุณต้องการให้คนที่ไม่เห็นด้วยเป็นอะไรล่ะ สังคมแบบนี้ประเทศแบบนี้มันไม่น่าอยู่เอามากๆ"

ยอมรับครับ ว่าเขียนแบบกลัวๆ กล้าๆ และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อสถาบันแต่อย่างใดทั้งสิ้น

เนื้อหาจึงอาจอธิบายไม่ชัดเจนเท่าที่ควร(มั้ง) หากใครมองเป็นอื่น ก็ขอจงโปรดตีความอย่างเป็นธรรม อย่าตีความหาเรื่อง

อย่าใช้ ม.112 ผิดที่ผิดทาง

ถึงจะหล่อ แต่ก็กัวเป็นว้อยยย....


ผมค้นพบทางรอดของเราแล้วครับพี่น้อง
By: แอบมาซุ่ม เว็บpantip

เพื่อหาวิธีนำบ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุข ในฐานะข้าแผ่นดินไทย ผมจึงพยายามเค้นสมองคิดหาทางออกเพื่อนำบ้านเมืองเรากลับสู่ความเป็นสยามเมืองยิ้มอีกครั้งให้ได้ และดั่งคำที่ว่ากรุง..เอ่อ..กรุงรัตนโกสินทร์ไม่สิ้นคนดี ในที่สุดผมก็คิดออก จะเป็นอย่างไรลองพิจารณาดูนะครับ

อันดับแรกเราไม่ต้องมีนักการเมืองก็ได้นะครับ เพราะมีไปก็เลวๆทั้งนั้นนี่นา ข้าราชการนี่สิของจริงแน่นอนกว่า ล้วนแต่น่าเคารพนับถือเพราะต่างมุ่งปกป้องสถาบันกันทั้งนั้น และที่จริงไม่ใช่แค่ข้าราชการ แต่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าก็ล้วนกระหายหิวในการที่จะร่วมปกป้องกันทั้งนั้น อาทิเช่น เครือข่ายหมอตุลย์และสลิ่ม โกตั้บและพวกพ้องอาจารย์มหาวิทยาลัย ศิลปินดารานักร้องอีกคับคั่งมากมาย

ดังนั้นเมื่อสถาบันเป็นจุดรวมใจที่สำคัญยิ่งเช่นนี้ ผมว่าเรากลับไปใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กันดีกว่าครับ น่าจะดีหลายอย่างนะทำเป็นเล่นไป อย่างน้อยก็คือเราจะไม่มีนักการเมืองชั่วอีกต่อไป เพราะเราจะไม่มีการเมืองอีกแล้วไงครับ

ผู้คนเรามันอุรังอุตังยังไม่พร้อมเรื่องการเมืองในตอนนี้หรอก เชื่อพี่ตู้เถอะ ควรให้การศึกษาขั้นต่ำในประเทศคือปริญญาโทก่อนแล้วค่อยมาว่ากันใหม่ เลือกไปตอนนี้ก็ไลค์บอย(เก่าได้ใจมั้ย) เสียงส่วนใหญ่มันไม่มีความหมายหรอก เพราะไม่ว่าจะหนึ่งคนหรือพันคนเราก็ต้องฟังไง

เอาไว้เราเข้าใจตรงกันก่อนว่ากลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย คือการเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่แทนตัว และต้องเคารพกติกาที่ว่าอย่างเคร่งครัดค่อยมาว่ากันใหม่

ทีนี้พอเราเปลี่ยนระบอบปุ๊ป กระทรวงการคลังก็ให้รวมกับสำนักงานทรัพย์สินฯไปเลยก็ได้ จะได้สะดวกไม่ต้องตีความให้วุ่นวาย เพราะที่ผ่านมามีการยื่น กฤษฎีกาตีความเกี่ยวกับเรื่องนี้มาหลายครั้งเหลือเกิน ว่าสำนักงานนี่เป็นของใครกันแน่?

ล่าสุดนี่ก็ฟอร์บทำเป็นมึนรายงานมั่วซั่ว สงสัยไปอ่านรายงานของ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อันเนี๊ยะมาแน่ๆ

แม้จะมีประเด็นที่ยื่นตีความไปที่กฤษฎีกาถึงความเป็นเจ้าของมา 5 ครั้ง แต่เมื่อล่าสุดสรุปได้มาว่ายังงี้ ผมก็ว่าเมื่อเปลี่ยนระบอบแล้วก็ให้คลังไปรวมด้วยเลยน่าจะดีนะครับ

ให้องคมนตรีท่านช่วยคัดสรรมุขมนตรีทั้งหลายมาบริหารบ้านเมืองต่างพระเนตรพระกรรณ ทุกกระทรวงทบวงกรมเวียงวังคลังนาก็ให้ทหารหาญแยกย้ายเข้ารักษาการ เพราะทหารเราเก่งมาก ทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้ว ให้ยิงกระบาลคนก็ได้ ให้ช่วยน้ำท่วมก็ได้ สุดยอด

ต่อไปเวลาทำอะไรก็ให้เป็นโครงการหลวงทั้งหมด ถ้าเป็นโครงการ นาย ก. นาย ข. ดำรินี่ จะเจี๊ยวจ๊าวเอิกเกริกมาก แต่ถ้าเป็นโครงการตามพระราชดำรินี่จบมั้ย ฮิฮิ.. เงียบเป็นเป่าสากแน่นอน ทีนี้อะไรๆก็ฉลุย

เรื่อง 112 ไม่ต้องเถียงกันอีกต่อไป เพียงเพิ่มโทษขึ้นเป็นตัดคอเสียบประจาน แค่นี้ปัญหาก็จะหายไปเป็นปลิดทิ้ง ดูสิใครจะกล้าอ้าปากอีก ทีนี้เราก็ไม่ต้องมามีปัญหากันอีกต่อไปแล้ว

ไม่ต้องไปกลัวว่าประเทศอื่นจะครหา ใครว่าเราๆก็เลิกคบมันเลย ไปแคร์อะไรมัน เมืองไทยในน้ำมีปลาในนามีข้าว มันเป็นแฟนแม่เรารึ ก็เปล่า

การบริหารสื่อก็ให้ท่านปีย์เป็นหัวเรือ ท่านสมเกียรติเป็นตัวเรือ ท่านตั้บท่านหยุ่นแยกย้ายกันเป็นหัวเรือหางเรือตามสะดวก อยู่แน่ คงพอมีหน้าคุยกับชาวโลกได้

ฟื้นบรรดาศักดิ์ขึ้นมาใหม่นี่ก็เก๋ไม่หยอกนะครับ ประเหมาะเคราะห์ดีผมเข้ารับราชการอาจได้เป็นคุณพระคุณหลวงกับเขาบ้าง นึกชื่อไว้บ้างแล้วเหมือนกัน "ขุนไกลการชำนาญหลีกเร้น(แอบฯ)" บ๊ะ..เท่หยอกใครละนั่น "ขุนไกลฯ"

พอตอนเย็นย่ำเลิกงานกลับบ้าน เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นทันที

"นังเล็กๆเอ๊ย อยู่ไหนกันหมด มาพัดวีท่านขุนไกลฯท่านเร็ว ท่านเพิ่งกลับเรือนมา... ว่าแต่คืนนี้ท่านขุนจะนอนเรือนเล็กอีกหรือเปล่าเจ้าคะ อิฉันจะได้ให้บ่าวจัดเตรียมถูก นังขวัญคงดีใจ.." ท้ายเสียงหันกลับมาถามผมด้วยอาการชม้อยชม้าย

ในขณะที่บ่าวไพร่กุลีกุจอกันเข้ามาต้อนรับ ผมทอดกายลงบนตั่งหลุยส์ตัวโปรด ยื่นขาพาดออกไปเพื่อให้นังเล็กๆที่เข้ามาถอดถุงเท้าและเกือกออกได้สะดวกๆ ในขณะที่มือเล็กๆของคนถามก็สาละวนกับการปลดเสื้อนอกออกจากตัวผม ผมกุมมือเธอมาแนบแก้ม

"ไม่หรอก ข้าคิดถึงแต่คุณหญิงเท่านั้น ออกศึกข้านึกแต่รบแต่รบ เสร็จศึกข้านึกแต่รักเจ้าเท่านั้น เอ่อ..แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปเรือนเล็ก"

โอย..สุข แค่คิดก็มันส์แล้ว

เพียงเท่านี้บ้านเมืองเราก็จะอยู่เย็นเป็นสุขสืบนานเท่านานแล้วครับ การทะเลาะเบาะแว้งจะสิ้นสุด ไพร่ฟ้าตาปริบๆก็จะหน้าใสผ่องซีดขาวกันทั่วทุกตัวคน

แล้วเราก็ไปเล่นห้องก้นคน เอ้ย..ก้นครัวกันแทนนะครับ

(โอย..ทำไมอยู่ดีๆท้องอืดวะเนี่ยะ)

ปล. หล่อขวัญ เห็นละ ว่าตะเองแอบมาเล่นเสียวอยู่ที่นี่ เค้าไม่ทิ้งตะเองหรอก แต่ขอซุ่มอยู่ห่างๆก็แล้วกัน ต้องเหลือคนส่งโอเลี้ยงไว้ไง