PlayListนี้ เริ่มต้นด้วย "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน" เรียงลำดับตั้งแต่ ตอนแรก ถึง ตอนปัจจุบัน ..ท้ายเพลย์ลิสท์เป็นคลิป "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญกระทำขัดรัฐธรรมนูญ : จะทำอย่างไร?" วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.00 - 16.00 น. ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมสุโกศล (สยามซิตี้เดิม) คลิปนี้..วิทยากร รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นเริ่มนาที 0:14:24
คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...
หรือคลิกที่นี่.. @ AsiaUpdate "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน"

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

86 สนทนาประสาสมัคร 17-02-2551 "แก้เศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์"

@ 4 ข้อเสนอนิติราษฎร์ "ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยา"
@ "วรเจตน์" ฝ่าศึกสหบาทา: ร้องว่าผมเนรคุณ แต่คุณยืนให้สูงเพื่อบอกว่าจงรักภักดี โดยเหยียบหัวผมขึ้นไป
@ 81 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร...‘ดรัมเมเยอร์-ไทยแลนด์แบนด์’
@ เมื่อผมไปอเมริกาครั้งแรกเมื่อเดือน มกราคมปี 1972.....ผมมีเงินติดตัวไป $80.00
@ 82 ชีวิตหมอที่ไม่ได้ไปอเมริกา By: kimeng suk
@ 54... "นายกฯปู" สวมชุดนักบินเหินฟ้าชมการใช้กำลังทางอากาศ
@ สถานีรถไฟจีน แล้วลองย้อนมาดูเรา...
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน บรูไน, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ ชุดที่1
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน เวียดนาม ชุดที่2
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน สิงคโปร์ ชุดที่3
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน อินเดีย ชุดที่4
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน ฟิลิปปินส์ ชุดที่5
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์ร่วมประชุมที่สวิสเซอร์แลนด์ ชุดที่6
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน มาเลเซีย ชุดที่7
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน ญี่ปุ่น ชุดที่8
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน เกาหลีใต้ ชุดที่9
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน จีน ชุดที่10
@ ภาพชุดนายกฯยิ่งลักษณ์เยี่ยมเยือน บาห์เรน-กาตาร์ ชุดที่11
@ 55... มาร์คครับ หยุดใช้วาทกรรมแก้รัฐธรรมนูญทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งเลยครับ
@ สุดยอดไปเล้ย ก้อคุณพี่ทิศใต้นะสิคะ บอกไม่กลับบ้านก็ได้ทุกวันนี้สบายดี
@ 11 "ปู"พา"ไปป์"ไปญี่ปุ่นด้วย ให้พี่เลี้ยงพาเที่ยวแทน
@ 12 เคยเห็นมั้ย!! แมงสาปดิ้นใน"บ้านทรายทอง"กรุงโตเกียวญี่ปุ่นโน่น...
@ นิก นอสติทซ์ "ผมมาทำตามหน้าที่ของความเป็นมนุษย์"
@ สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในใจของคนเป็นหมอ...คือการได้ทำตามคำสั่งสุดท้ายของคนไข้นั่นเอง
@ อาข่า...พาไปชมตลาด...มาดูว่าข้าวของไม่ได้แพงอย่างสลิ่มว่านะ
@ ตอแหล ตลบตะแลง กวนตีน สิ่งที่ไอ้ฟักและพรรคของมันคิดว่าเท่เหลือเกินในสภา
@ แม่ค้ารุมกรี๊ด! ภาพนายกฯปู กินก๋วยเตี๋ยว-เดินตลาดนางเลิ้ง
@ "ไหว้พี่เค้าสิ"....วลีนี้บาดลึกและสะเทือนไกลไปถึงไหน
@ ปี๋เก่าก็ล่วงไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้วก็มาฮอดมาเติง...
@ คลิปและภาพนายกฯปูเล่นสงกรานต์ที่เชียงใหม่
@ คลิปนายกฯทักษิณร้องเพลงเวทีคนเสื้อแดงที่กัมพูชา
@ เปิดตัว "เอ็มแรป" โมเดล! สุดคุ้มขึ้นค่าแรง 300 บาทบริษัทโชว์กำไรพุ่ง
@ ขอยืนยัน ข้าวแกงจานละ 100 บาท หรือกว่า ร้อยบาท มีจริง แพงจริง...
@ ผู้ที่มี "วิสัยทัศน์" นั้น ย่อมต่างจากคนที่ยังครอบหัวกบาลตัวเอง ด้วย "กะลาทัศน์"...
@ นานาcomment...ให้ผู้บริหารพรรคเพื่อไทย รับเอาไปทำการบ้านก่อนจะสายเกินแก้...
@ "เป็นเรื่องโชคดีที่แพ้ก่อน" : ดร.สุนัย วิเคราะห์การพ่ายแพ้ที่ปทุมฯ
@ ถ้าวันนั้น...วันที่ประเทศไทยเศรษฐกิจล่มสลายไปเรียบร้อย ถ้าไม่มีชายชื่อทักษิณ ชินวัตร วันนี้ประเทศไทยจะเป็นยังไง???
@ ฉายแล้ว จ้าาาาา หนังสั้น เรื่อง DREAM SHOCK หลับ...หลอน ฉบับเต็ม รำลึก 2 ปี ราชประสงค์ (ดูก่อนใคร)
@ ของดีราคาถูกหน้า พรรค ปชป. กรุงเทพฯ
@ ปิยบุตร แสงกนกกุล: ทำความเข้าใจหลักการ "เงินเยียวยา" ทำไมห้ามฟ้องแพ่ง
@ System Engineer วิศวกรระบบเซิร์ฟเวอร์ คอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก

คลิกที่ภาพ...เพื่อดูขนาดที่ใหญ่ขึ้น @ โหลดเก็บไว้ในcomเชิญคลิกที่นี่...

โหลด.mp3 ที่นี่...คุณสมัคร สุนทรเวช ที่ผมรู้จัก

สนทนาประสาสมัคร 17-02-2551 "แก้เศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์"

คลิปนี้ท่านนายกฯสมัครพูดตอนรับตำแหน่งใหม่ๆเมื่อต้นปี 2551

โหลด.mp3 ที่นี่...สนทนาประสาสมัคร 17-02-2551 "แก้เศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์"

เริ่มนาที 18:00 เป็นต้นไป "......ผมได้รับความทุกข์ของพ่อค้าแม่ค้ามาฟัง ลองฟัง ลองปล่อยให้ดูซิว่าพ่อค้าแม่ค้าแสดงความเป็นทุกข์อย่างไรครับ ลองเอาออกมาให้ดูซิว่า ออกแล้วหรือครับ ไม่มีภาพให้ผมดูด้วยเหรอผมดูด้วยก็ได้นิวันนั้นพ่อค้าแม่ค้าต่อว่านะ ออกไปแล้วหรอ ไม่ได้หรอกครับ ผมก็เหมือนกำกับอยู่ตรงนี้เพราะไฟดับหมด 3 ช่อง ไม่รู้ช่องไหนถ่ายภาพผมอยู่ เอาละฟังแม่ค้า

แม่ค้า: สินค้าช่วงนี้ ท่านนายกฯมีนโยบายหรือมีข้อคิดเห็นอย่างไรในการขึ้นราคา เพราะไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือว่าเป็นไข่ หรือว่าสินค้าที่เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค ตอนนี้ทุกอย่างก็ถูกปรับตัวขึ้นราคาสูงหมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือว่าราคาน้ำตาลทราย ราคาน้ำปลา สินค้าที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันอย่างนี่ค่ะ ก็อยากให้ท่านนายกฯมีคำตอบให้กับประชาชนทุกคนด้วยค่ะขอบคุณค่ะ

แม่ค้า: ค่ะก็อยากให้ท่านนายกฯช่วย เพราะว่าตอนนี้มีแม่ค้าหลายคนที่ค้าขายข้าวแกง หรือว่าอาหารตามสั่ง เขาจะบอกว่าของพวกนี่แพงมากกๆ เลยนะค่ะก็อยากให้ท่านนายกฯ ฝากตรงนี้ด้วยนะค่ะเพราะว่าของทะเลอะไรตอนนี้ก็แพงมากๆ เพราะว่า อย่างค่าน้ำมัน ตอนนี้ก็เดือดร้อนกันไปหมดนะค่ะตรงนี้ก็ขอฝากท่านนายกฯด้วยนะค่ะ

แม่ค้า: ก็อยากบอกช่อง 11 ก็อยากฝากบอกท่านสมัครนะค่ะ ตอนนี้ท่านก็เป็นนายกฯแล้วค้าขายตอนนี้ก็ตกต่ำซบเซามากเลยค่ะ อยากให้ฟื้นฟูแบบเมื่อก่อนนี่ค่ะ ฝากด้วยนะค่ะเร่งมือนิดหนึ่งค่ะขอบคุณมากค่ะ

พ่อค้า: ช่วยบอกนายกฯด้วยครับ และก็กระทรวงพาณิชย์บอกด้วย บอกว่าประชาชนซื้อหมูตอนนี่ค้าบ่นกันแพง ค้าขายก็ขายกันไม่ได้ กับข้าว กับปลานี่ คนจ่ายกับข้าวมาก็บอกว่าหมูทำไมแพงนักไม่มีการแก้ไขหรืออย่างไร และอีกอย่างบอกนายกฯด้วยว่ารับๆ หน่อย ประชาชนสำคัญที่สุดเลย

พ่อค้า: ขอฝากนายกฯ หน่อยครับ เรื่องราคาหมูนะครับ ตอนนี้ราคาแพงมากเลยครับ ประมาณโลละ 120 ขอฝากนายกฯ เรื่องราคาหมูตรงนี้ด้วยครับ เพื่อประชาชนเป็นกำลังใจให้นายกฯทำงานครับ

นายกฯสมัคร: ขอบพระคุณทั้ง 4 ท่าน ท่านผู้ชมคงเคยเห็นนะครับว่า เคราะห์ดีนะครับผมพูดไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าวันนี้สารคดี ประจำสัปดาห์ของผมคือ แก้เศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์ ตั้งใจจะมาพูดนะ และก็แสดงความเห็นมาหลายทีหลายทางมาแล้ววันนี้จะพูดกับประชาชนทั้งประเทศครับ ก็ทางกรมประชาสัมพันธ์เขาก็เก่งนะครับ ก็ไปหา แค่เขาฟังตรงนั้นเท่านั้นครับ จะถามพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่ได้มีการเมคอัพนะครับไปถามแล้วก็เอามาสัก 4 รายการ นี่แหละครับความทุกข์เรื่องสินค้าราคาแพงผมจะบอกให้ฟังครับ สินค้าจะราคาแพงได้ครับแต่ต้องแพงโดยมีเหตุผล โดยมีสัดส่วนของความแพง เวลาน้ำมันพืชมันขึ้นราคาไปทีขวดละ 4 บาทนี่ครับ หมูนี่ 100 หนึ่ง ขึ้นไป 120 ขึ้น 20% นะครับนี่คือทุกข์

ต่อไปนี้ผมจะคุยเรื่องสมุทัย ท่านผู้ชมต้องทนฟังหน่อยครับ ต้องทนฟังผมคุยเรื่องนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวมรรคสุดท้ายนี่รัฐมนตรีพาณิชย์ได้กำหนดอะไรไว้อย่างไรจะคุยเรื่องสมุทัยคือเหตุ ที่ทำให้เกิดทุกข์ อยากจะเรียนอธิบายอย่างนี่ครับ เราคนไทยชอบเทียบ อะไรก็เทียบต่างชาติ ๆ เทียบไป เทียบมา เสมอเลยคราวนี้ก็สมควรอ้างครับ ต้องอ้างประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะเรื่องนี้ผมได้ไปเรียนหนังสือที่นั้นเมื่อ 40 ปีแล้ว ก่อนหน้าผมคนไปเรียนแรกๆ สงครามโลกเลิกก็ไปยัง 50-60 ปีที่แล้ว และก่อนหน้านี้สงครามโลกครั้งที่ 1 ที่อเมริกาเขามีเงินใช้ เขามีอยู่ 6 เหรียญครับ แพงที่สุดของเขาคือ 1 ดอลล่าร์ และก็เหรียญ 50 เซ็น เหรียญ 25 เซ็น คนไทยไปอยู่เรียกเหรียญสลึง เหรียญ 10 เซ็นที่เขาเรียกว่าดายนี่ครับ และก็เหรียญ 5 เซ็น เรียกว่า นิเกิล และก็เหรียญทองแดงเขาเรียกว่า เพนนี เพนนีนี่เล็กที่สุดเป็นสีทองแดง และนิเกิลนี่ใหญ่กว่านะครับ มีใส้ข้างในด้วย 5 เซ็น ดายนี่เนื้อเนียนและบางเล็กเลย 10 เซ็น และเหรียญสลึงนี่เหมือนเหรียญ 5 บาทของเราเวลานี้แต่กลมนะครับ เสร็จแล้วก็เขามีเหรียญ 50 และก็เหรียญ 100 เหรียญหนึ่งเหรียญ เหรียญนะเขาเลิกแล้วเดี๋ยวนี้ไปอยู่ในบ่อนคาซีโนหมด ไปใช้เวลาแจ็คพอตมันไหลลงมา 50 เซ็นก็อยู่ในคาซีโน 25 เซ็นนี่ใช้หยอดเวลาทำสล็อตแม็กชีนอะไรต่างๆ

ผมจะพูดถึงเหรียญ 4 เหรียญ ผมศึกษาเรื่องนี้นี่คือไม่ได้ตั้งใจนักหนาแต่อ่านไปเจอ ๆ แล้วก็สะสมเอาไว้แล้วก็เอามาเล่าให้ท่านผู้ชมได้ฟังอย่างนี้ครับว่าอเมริกา 100 ปีก่อนเมื่อเขาออกเหรียญทองแดงมานี่ครับ เหรียญออกมา เหรียญ 6 เหรียญนี่มันอยู่กับประเทศเหรียญ 2 เหรียญหลัง 50 กับ 100 มันออกทีหลัง แต่ 4 เหรียญแรก 100 ปีก่อนใช้กันอย่างไรนี่ 60 ปีก่อนใช้อย่างไร มาถึงตอนผมไปเรียนหนังสือ 40 ปีก่อนใช้อย่างไร จนถึงวันนี้ใช้อย่างไร เอาตอนผมไปเรียนหนังสือตอน 40 ปีก่อน ซื้อ 98 ทอน 2 ซื้อ 97 ทอน 3 นี่แน่นอนเลยครับ ทำไม่คุยเรื่องอเมริกาก่อนก็เพราะวันนี้จะพูดเรื่องวิธีแก้เศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์ นี่คือเศษสตางค์อเมริกัน คนอเมริกันมหาเศรษฐีของโลกเศรษฐกิจใหญ่โตมโหฬาร มีแบงก์ 100 แบงก์ 50 มีแบงก์ 20มีแบงก์ 10 มีแบงก์ 5 มีแบงก์ 1 เหรียญ แต่ก่อนมี 2 แต่เลิกไปแล้ว เชื่อไหมครับ 1 เหรียญที่เป็นธนบัตรนี่ ใช้กันทั่วไปหมดธนบัตรก็ใช้นะครับ เสร็จเรียบร้อยแล้วต้องมีที่เก็บเศษสตางค์ เสร็จเรียบร้อยแล้วธนบัตรใบละ 5 ใช้ ใบละ 10 ใช้ ใบละ 20 ใช้ คนอเมริกันจะพกธนบัตรเกินใบละ 20 ใบละ 50 ก็ไม่พก ใบละ 10 ก็ไม่พกแล้ว ธุรกิจอะไรต่างๆ พวกมาเฟียอะไรใช้ธนบัตรใบใหญ่กันชาวบ้านธรรมดาจะใช้ธนบัตรไม่เกินใบละ 20 เขาทำของเขาอย่างนี้นะครับ 40 ปีก่อนเป็นอย่างไรเดี๋ยวนี้ไปอเมริกาเดี๋ยวนี้ก็เป็นอย่างนั้น 40 ปีก่อนซื้อ 97 ทอน 3 ซื้อ 98 ทอน 2 และเราเห็นอะไรในอเมริกามาแต่ก่อนนี้ แต่ก่อนนี้เวลาซื้อไก่หนึ่งแพ็คราคา 1 เหรียญ 1 เหรียญคือ 100 เซ็น นะครับ จะเป็นน่องเป็นขาเป็นอะไรหนึ่งแพ็ค 1 เหรียญ วันหนึ่งไก่แพงเขาขายอย่างไรครับ 101 ขึ้น 1 เซ็น ครับ แปลว่าขึ้น 1% 100 เซ็นเป็นหนึ่งเหรียญนี่ ไก่หนึ่งแพ็คขึ้น 101 เขาไม่ใช้10.00เขาใช้ 101 เซ็น ขึ้น 1% ยังแพงอีก 102 103 104 เมื่อไหร่ไก่ขึ้น 105 ชาวบ้านจะรู้สึกแล้วว่าสินค้าแพงแล้วรัฐบาลอเมริกาทำไง เปิดดูรัฐบาลไทยทำก่อน

รัฐบาลไทยจะขึ้นเงินเดือนให้ใครต่อใคร ต้องประกาศเลยรัฐบาลลงมติแล้ว มิติ ครม.ออกมาวันนี้ ออกมติ ครม.แล้วตกลงตัดสินใจว่าให้ขึ้นเงินเดือนข่าวนี้ออกมาวันอังคาร วันพุธ ก็สินค้าขึ้นแล้วขึ้นกันตามใจชอบ พอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปอีกสัก2-3 เดือนใกล้จะเดือนตุลาตกลงได้ตัวเลขแล้วออกมาแล้วว่าสถิติออกมาคนนั้นได้เท่านี้ ๆ สถิติออกมาขั้นต่ำได้เท่านี้ ขั้นกลางได้เท่านี้ ขั้นสูงได้เท่านี้ แสดงตัวเลขออกมาพอเห็นตัวเลขราคาว่าใครได้เท่าไหร่จะขึ้น 5% 8% 4% รุ่งขึ้นสินค้าออกฉับฉับฉับขึ้นอีกแล้วสื่อก็บอกว่าจำเป็นต้องเสนอข่าว บอกจะขึ้นก็ต้องเสนอข่าว ขึ้นเท่าไหร่ก็เสนอข่าว พอวันที่ 31 ตุลาคม เอาอีกแล้วครับ รับเงินเดือนเดือนแรกวันนี้ข้าราชการรับเงินเดือนเดือนแรก เงินเดือนเดือนใหม่ราคาเท่านี้ ขึ้นอีกแล้วครับสินค้า บอกข่าวเงินเดือนจะขึ้น ราคาสินค้าขึ้น ขึ้นเท่าไหร่สินค้าขึ้น วันนี้ขึ้นแล้วสินค้าขึ้น 3 หนทำไมครับ โทษใครอย่างนี้ ที่อเมริกาเป็นอย่างไรครับ ไก่ขึ้นไป 105 แปลว่าสินค้าอาหารขึ้น 5% แล้ว

ขึ้น 5% แล้วเป็นไง ขึ้น 5% เขาเรียกว่าแพเช็ค เงินเดือนนะครับ ธรรมเนียมของอเมริกามีมาจนบัดนี้และยังไม่เลิกด้วยและคนอเมริกาก็ถือธรรมเนียมว่าเงินเดือนไม่ให้ใครรู้ เงินเดือนได้เท่าไหร่ไม่ให้ใครรู้ ถือเป็นความลับส่วนบุคคล ใครไปถามถือว่าเสียมารยาทอย่างยิ่งจนถึงวันนี้เงินเดือนใครก็เงินเดือนมันพอเขาปรับเงินเดือนเรารับแพร์เช็คเออได้เงินเดือนขึ้นเงินเดือนขึ้น 5% 8% เขาขึ้นทันทีเขาปรับทันทีครับ เขาทำกันเงียบๆ อย่างไรไม่รู้ ไม่มีข่าวในหนังสือพิมพ์ว่าเงินเดือนขึ้น สินค้าขึ้นราคาถ้าเล็กน้อยเขาก็ไม่บ่นถึงนี้คือระบบของเขานะครับ เงินเดือนขึ้นแปลว่าจะมีเงินมากพอที่จะไปซื้อของพวกนั้นได้อะไรอย่างอื่นจะปรับเล็กปรับน้อยสุดแท้แต่ 1% 2% 3% 5% เขาเป็นของเขาอย่างนี้ครับ เขาเป็นของเขาอย่างนี้ตลอดๆ มาเลย

เขาเป็นของเขาอย่างนี้ครับ เขาเป็นของเขาอย่างนี้ตลอดๆ มาเลย และมีส่วนสนับสนุนอีกอย่าง ถ้าดูตามตำราอเมริกาเมื่อก่อน ย้อนหลังไปซัก 50 ปีก่อน 60 ปีก่อน 50 เลี้ยง 50 เป็นเกษตรกร 50 เป็นคนบริโภค 50 ต่อมาเขาเปลี่ยนเรื่อยครับ เกษตรกร 40 บริโภค 60 เกษตร 20 บริโภค 80 ต่อมาเกษตร 5 เปอร์เซ็นต์ ทั้งประเทศมีเกษตรกร 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าคนบริโภค 95 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายคนอเมริกันเป็นไงครับ คนบริโภค 2 เปอร์เซ็นต์ คนบริโภค 98 แต่ว่าเขาใช้เครื่องจักรกลทุกอย่าง เขาเรียกว่าทำเป็นมาสโปรดักส์ ได้ประโยชน์ตรงนี้ครับ วันนี้คนไทยรายได้ประจำวันต่ำสุดผมให้ 200 บาท เงินเดือนได้ต่ำสุดวันละ 200 คนอเมริกันรายได้ต่ำสุดเท่าไหร่ 1600 บาท 8 เท่าครับ คนที่ได้เงินเดือนต่ำสุดในอเมริกา คือค่าแรงกรรมกรถูกสุด คนไทยได้ 200

วันนี้เข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ต เข้าไปในตลาด เรียกซุปเปอร์มาร์เก็ต เพราะไข่ใส่เป็นโหล เป็นแพ็ค ไข่ไก่ 1 โหลในประเทศไทย ราคาโหลละ 30 บาท ลูกละ 10 สตางค์ เข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ชิคาโกวันนี้ โทรศัพท์ถามเท่าไหร่ 31 บาท คิดเป็นเงินไทยแล้ว 31 บาท เงินเดือนวันละ 1600 ไข่ไก่โหลละ 31 เงินเดือนวันละ 200 ไข่ไก่โหลละ 30 ทำได้ยังไง เขาทำได้แล้ว เพราะเขามีระบบ มีวิธีการ เพราะเขาเก็บเศษสตางค์ของเขาไว้ เพราะต้องทอนเสมอ โปรดย้อนมาดูเมืองไทยนะครับ เอาละย้อนไป 30 – 40 ปี ที่คุยเนี้ยนะเพราะท่านที่นั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ยังพอนึกออก

ประเทศไทยข้าวแกงจานละ 3 บาท ใส่จานใส่อะไรก็แล้วแต่ ราคาชาวบ้านล่ะครับ 3 บาท ข้าวราดแกง 3 บาท วันดีคืนดีค่าครองชีพสูง ข้าวราดแกงราคาเท่าไหร่ครับ 3 บาท 10 สตางค์ 3 บาท สลึง 3 บาท 50 ..3 บาท 75 ไม่มีหรอกครับข้าวแกงขึ้น ขึ้นมาราคาจานละ 4 บาท 3 บาทขึ้นเป็น 4 บาท คนร้องโวยวายไหม ไม่โวยวายครับ ทำไมครับ

เศษสตางค์ตอนนั้นครับ เศษสลึงยังมี 50 ยังมี แต่ว่าเขาขึ้น 1 บาท ไม่มีใครทักท้วง แต่ว่าเขาขึ้นเป็น 4 เฉย ๆ ทราบไหมครับขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ 33 เปอร์เซ็นต์ อาหารขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นอเมริกาเกิดจลาจลแล้ว ของเราเฉยๆครับ 3 บาทขึ้นเป็น 4 บาท ดูนะฮะรำคาญเรื่องสตางค์จะเอา 5 บาทให้ได้ยังไงไม่ทราบ ข้าวมากหน่อย แกงมากหน่อยขึ้นเป็น 5 บาท ไม่มีใครว่า ข้าวแกงจาก 4 ขึ้นเป็น 5 ขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ ครั้งแรกขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ เผลอประเดี๋ยวเดียวขึ้นอีก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5 บาท ข้าวแกง 5 บาท เป็น 6 บาท ขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ข้าวแกง 6 ไป 8 ขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ ข้าวแกง 8 ไป 10 ขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์อีกแล้ว เผลอประเดี๋ยวเดียว 10 ไป 12 ขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ เผลอประเดี๋ยวเดียว 12 ไป 15 เปอร์เซ็นต์ 25 เปอร์เซ็นต์ 15 ไม่มีครับ 16 17 18 19 ไม่มีครับ 15 ไป 20 ขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ อีกแล้ว ข้าวแกงมาตราฐานอยู่ในตลาด 25 บาท จะขึ้นเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นเป็น 30 บาท ขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์อีกแล้ว ตรงนี้ท่านดูเถอะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับราคาข้าวแกง

ระยะเวลาที่ผ่านมา 30 ปีที่ว่าเนี้ย ข้าวแกงขึ้นจาก 3 บาท มาเป็น 30 มัน 10 เท่านะครับ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าท่านโปรดดูพ่อค้าแม่ค้าข้าวแกงอย่าว่าผมแล้วกัน ต่อไปนี้เป็นความจริงที่ปรากฏขึ้น ย้อนลงไปหน่อยเอาตอนที่ว่าข้าวแกงจานละ 20 แล้วข้าวแกงบอกว่าอันโน้นแพง น้ำมันแพง แก๊สแพง ขึ้นมาเป็นจานละ 25 ถามว่ายุติธรรมกับผู้บริโภคไหมขึ้นมาทีเดียว 25 เปอร์เซ็นต์ โปรดดูนะครับ สินค้าเวลานั้นถ้าดูกันจริงๆ เครื่องปรุงอะไรทั้งหลายทั้งปวง วันหนึ่งเครื่องปรุงอาจจะจ่ายแพงจนเหลือ 50 บาท แม่ค้าขายข้าวแกงเฉลี่ยขายวันหนึ่งได้ 100 จาน แม่ค้าลงทุน แม่ค้ามีกำไรพอสมควร วันหนึ่งข้าวของแพงขึ้นแทนที่จะได้กำไรซัก 50 บาท มันหดไปเพราะของแพง 50 บาท ถ้าหากเป็นความเป็นธรรมเนี้ยนะครับ ถ้าแม่ค้าขึ้นข้าวแกงจานละ 1 บาท คือ ขาย 21 แม่ค้าก็จะขายได้ข้าวแกง ขายได้ 100 จาน วันหนึ่งแม่ค้าก็ขายได้กำไรกว่าธรรมดา 100 บาท แล้วก็ไปจ่ายค่าแพง ค่าแก๊ส ค่าแพงอะไรอีก 50 บาท เอาไว้ไปซื้อของอะไรที่แพงขึ้นด้วย นี่คือความเป็นธรรมถามว่าอย่างเนี้ย

ความเป็นธรรมอย่างเนี้ยมันเกิดได้ไหมครับ มันต้องเกิดได้ถ้าหากเรามีเศษสตางค์สำหรับถอน ถามว่าเหรียญบาทเป็นเศษสตางค์ไหมครับ เป็นเหรียญตั้งบาทแต่นับเป็นเศษสตางค์ก็ได้ เมื่อตอนที่มันมีเหรียญสลึง เหรียญ 50 เนี้ย เดี๋ยวนี้สตางค์หนึ่งก็ยังไม่เลิกใช้นะครับ เขาเอาไว้ใช้แสดงว่าเงินกงหนึ่งมันเท่าไหร่ ๆ แต่สลึงกับ 50 สตางค์ยังพอคิดกันอยู่ได้อยู่ในตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ต เขาใช้เครื่องออกมาเป็นทศนิยม .25 .50 .75 ไม่เป็นปัญหา นั่นแหละความเป็นธรรมพอมี แต่ว่าเหรียญ 1 บาท คนไทยมาคิดวันนี้นะครับ แล้วเทียบกับอเมริกา เมื่อ 100 ปีก่อน เมื่อ 50 ปี ก่อน เมื่อ 40 ปีก่อนที่ผมไปเรียนหนังสือ

ถ้าคิดวันนี้ ถ้าไอ้เหรียญ 1 เซ็นของอเมริกัน คิดกันว่ากำลังเนี้ยของเหรียญไทยเล็กที่สุด มองเห็นได้ไหมครับเหรียญ 1 บาท ถ้าเราจะเก็บเหรียญ 1 บาทไว้ 5 บาทไว้ เก็บ 1 บาทไว้ เก็บ 5 บาทไว้ เก็บ 10 บาทไว้ เอา 3 เหรียญนี่แหละครับ และธนบัตรใบละ 20 บาทยังใช้อยู่ ใบละ 50 บาทยังใช้อยู่ ใบละ 100 บาทยังใช้อยู่ ธนบัตร 3 ใบ 20 , 50 , 100 เหรียญ 3 อัน 1 บาท 5 บาท 10 บาท ถ้าเราเก็บ 3 อันนี้ไว้ได้ ลองดูตอนแม่ค้าขึ้นราคา แม่ค้าขึ้นราคา แม่ค้าขายข้าวแกง 20 ก็ซื้อ 21 ถ้า 21 เท่าไหร่ ถ้าให้ไป 30 ก็ทอน 9 เหรียญ 5 1 อัน เหรียญบาท 1 อัน

บรรยากาศนี้เกิดได้ไหมครับ ผมบอกถ้าใครอยู่กรุงเทพฯ แวะไปดูที่ร้านนิตยา ร้านนิตยาที่ขายน้ำพริก เขาขายกับข้าวด้วยเขาทำเสร็จรวดครับ ที่ปากซอยรางบุตรี ถนนจักรพงษ์ ไปดูซิครับเหรียญบาทเต็มจานเลย คือเขายินดีทอนสินค้าก็แสดงว่าเขามีราคาสินค้าเขาถึงต้องทอนด้วยเศษสตางค์ เหรียญบาทกลายเป็นเศษสตางค์ที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ถ้าเก็บไว้ได้นะครับ ซื้อ 21 ก็ทอน 9 ซื้อ 26 ก็ทอน 4 เขาจับ เขาทอนอยู่ตลอดเวลา ผมเห็นแล้วผมบอกแหมผมจะเอาไปคุยให้ฟัง ที่ผมเห็นเหรียญบาทกองไว้อย่างนั้นมันน่าชื่นใจ แปลว่าเขาเต็มใจทอนครับ แปลว่าแม่ค้าถ้าขึ้นราคา ข้าวแกงขาย 20 ขึ้นเป็น 21 แม่ค้าขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ นะครับ ราคาอาหารขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ พอสมควรแก่เหตุ วันหนึ่งขาย 100 จาน ก็เพิ่มได้อีก 100 บาท ของทั้งหลายแพงขึ้นอีก 50 แม่ค้าไปซื้อของแพงอื่นอีก 50 นี่คือความเป็นธรรมในสังคม เรื่องอย่างนี้เราคิดกันบ้างไหมครับว่าเพราะเราเอาเศษสตางค์โยนทิ้งไป เพราะเราไม่เข้าเศษสตางค์ เพราะไม่มีความร่วมมือทุกฝ่าย และเพราะทางราชการเอง

ขอเล่าถึงเรื่องเศรษฐกิจ เป็นเศษสตางค์ให้ฟังอีกนิดหนึ่ง ท่านทั้งหลายที่อายุใกล้เคียงผม อ่อนแก่กว่านั้นท่านต้องนึกออก ไม้ขีดไฟบ้านเรานี่แหละครับ ไอ้นี่แหละครับเป็นตัวให้เห็นถึงเศษสตางค์หายไปแล้วเดือดร้อนยังไง ไม้ขีดไฟตอนผมหนุ่มๆเนี้ย ไม้ขีดไฟกลักละสลึงไปดูอัตราส่วนขายส่งกลักละ 18 สตางค์ คนขายได้ 7 สตางค์ มันจะเศษสตางค์ตอนนั้นไม่ใช้กันแล้ว ไม่หยิบกันแล้วก็ตาม แต่ว่าไม้ขีดไฟกลักละสลึงคนขายส่งขายกันมานานเลย ตราอีแปะ หรือตราพยานาค สลึงหนึ่งต้นทุน 18 ส่ง 18 ขายปลีก 25 กำไร 7 สตางค์ อยู่มาพักหนึ่งบอกหลายปีไม่ไหวต้องขึ้นราคาแล้ว เขาขอขึ้นราคายังไง เขาขอขึ้นราคา 4 สตางค์ คือ ขึ้นราคาจากขายส่ง 28 เป็น 22 ให้ขายปลีก 30 คนขายปลีกเคยได้ 7 ก็ได้เป็น 8 สตางค์ คนนั้นได้ 4 ทางนี้ ได้ 8 แล้วเป็นไงครับไม้ขีดไฟต่างกัน 30 ได้ไหมครับ ไม่ได้ครับ เพราะว่าสตางค์ที่จะทอนกันตรงนั้น ไม่มีจะถอนกันตรงนั้นแล้วครับ เขาขาย 3 กลัก 1 บาท ยุติธรรมครับ พออาศัยครับ 3 กลักบาท 33 สตางค์ขาย 30 เอากำไรไว้ 3 กลักบาท ไปไปมามาใครจะซื้อไม้ขีดไฟจริง 3 กลัก พวกสูบบุหรี่เยอะๆ เขาซื้อไม้ขีดไฟ ก็ต้องจุดกันอย่างนี้ ใครไม่ซื้อก็ต้องซื้อกลักเดียว กลักเดียวเอาเท่าไหร่ เอา 50 โดนเข้าไปอีกแล้วนะฮะ อยากซื้อกลักเดียวโดนไป 50 สตางค์ 33 ไม่มีสตางค์มาทอน ต้องเสีย 50 สตางค์

บัดนี้นะครับไม้ขีดไฟกากบาท ขึ้นราคาเท่าไหร่ ก่อนขึ้นจาก 50 ไม่ 75 ด้วยนะครับ ขาย 1 บาท ขึ้นราคา 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมันคิดไม่มีเศษสตางค์จะทอนกัน ก็เลยขึ้นกันแบบนี้ ถามว่าถ้าวันนี้เรายังเก็บเหรียญบาทของเราไว้ได้ แล้วผลิตเหรียญบาทออกมา ขอนินทาไอ้ความไม่เข้าท่า ไม่รู้ใครเป็นคนต้นคิด เหรียญบาท ทำเหรียญ 2 บาทออกมา เคราะห์ดีนะ ออกมาแล้วมันกระจายพอสมควร สับสนพอสมควร คนนับผิดนับถูก เสียหายกันไป ทำเหรียญ 2 บาท ทำทำไมเหรียญ 2 บาท ผมลงไปหาสาเหตุทำไม คือเขาบอกว่าตัวเปล่า คือไปซื้อจากเขาต่างประเทศ เราไม่ได้ผลิตเองมีแต่เกาหลีผลิตที่โน้น มันหลายประเทศในยุโรป ในเอเซีย เกาหลีเนี้ยผลิต ขายเหรียญตัวเปล่า เหรียญที่เราเลือกไว้แล้วเนี้ยเซ็นกว่าๆ 1 มิลลิเมตรซื้อตัวเปล่ามาถ้าสมมติ ซื้อมา 50 สตางค์เป็นตัวบาทก็กำไร ถ้าทำอย่างนี้ 75 สตางค์ก็กำไร บัดนี้ไอ้เหรียญตัวเปล่ามันขึ้นมาสมมติขึ้นมาซักมูลค่าบาทกับ 2 สตางค์

เขาคิดยังไง เอาเหรียญให้โตกว่าเหรียญบาทนิดหนึ่ง แล้วก็พิมพ์เหรียญเป็น 2 บาท แปลว่าคิดอย่างเดียว คือลงทุนในการทำสตางค์ คือหมายความว่าให้มีกำไรในการทำสตางค์ขึ้นมาอย่างนั้น คิดตรงนั้นเลยออกเหรียญ 2 บาท แปลว่าวัสดุโตขึ้นมานิดหนึ่ง แต่มูลค่าได้เป็น 2 บาท คิดแบบนี้นะครับ ขอประทานโทษนะครับ คือคิดแบบไม่คิดถึงอะไรในบ้านเมืองเลย ต้องที่อเมริกาครับ อเมริกาคิดยังไงรู้ไหมครับ ผมบังเอิญได้อ่านสารคดีเรื่อง 1 เพนนีของอเมริกา สมัยก่อนที่คอปเปอร์เนื้อทองแดงจริงๆ มูลค่าเท่านั้น ต่อมาทองแดงแพงขึ้นไหมครับ ทองแดงแพงขึ้นครับ แพงขึ้น แพงขึ้น แพงขึ้น คนอเมริกันทำอย่างไรครับ เขารักษาเหรียญอเมริกันอันนี้ไว้ โดยวิธีการใส่วัสดุอย่างอื่นที่มันที่มันถูกกว่าทองแดงลงไป ใส่ลงไปราคาก็ยังไม่เกินมูลค่า ก็แก้ไข สีก็ยังเป็นคอปเปอร์อย่างนั้นอยู่ แต่ว่าราคาไม่เกินมูลค่า เห็นไหมครับวันหลังเขาบอกราคาเกิน 1 เพนนีมาแล้ว แต่เขาก็ต้องผลิตเหรียญ 1 เพนนี เพื่อรักษาการที่ว่าซื้อ 98 ทอน 2 ซื้อ 97 ทอน 3

เห็นไหมครับคนอเมริกันมีความคิดไหมครับ เขาคิดรักษาราคาสินค้าด้วยการเก็บเศษสตางค์เอาไว้ แม้จะต้องแพงกว่าตัวนี้ แต่ตรงที่จ่ายแพงไป รัฐบาลจ่ายแพงไปเท่าไหร่ แต่ราคาสินค้าที่ไม่ขึ้นพรวดพราด มันคุ้มค่ากว่ากัน นี่คือวิธีความคิดของคนที่เขาคิด แล้วคิดของเราเลิกเศษสตางค์ แหมตอนคิด 1 บาทเป็น 2 บาท เพื่อจะรักษาว่า คือจะได้มีความสบายใจว่า ตัวราคามูลค่ามันไม่เกินกว่าราคาหน้าเหลือง เห็นไหมครับแม้ถ้ามันเกินมาหน่อยแล้วยังทำอยู่เนี้ย บาทสองสตางค์มูลค่า 1 บาท เราก็รักษาเสีย 2 สตางค์ 2 สตางค์ แต่มันจะทำให้เหรียญเนี้ยได้ใช้ คิดอย่างนี้ให้ฟังเพื่อจะบอกว่ามันยังไม่สายเกินไปนะครับ แต่นี้มาถึงตรงที่ว่าบอกถึงสมุทัยแล้ว สินค้าราคาถูกต้องดีแน่นอน นั่นแหละคือนิโรธ ทุกคนสบายใจ ไม่ใช่เรียกว่าถูกนะครับ เรียกว่ายุติธรรม เรียกว่าเป็นธรรม

เพราะฉะนั้นบัดนี้รัฐมนตรีของผมชื่อมิ่งขวัญ อยู่กระทรวงพาณิชย์ เป็นรองนายกด้วยนะครับ ดำเนินการ คุณมิ่งขวัญไม่ได้หารือผมเลยนะครับ ดำเนินการทำเหมือนที่ผมคิด แล้วเพียงกระซิบบอกว่า ผมได้ดำเนินการแล้ว 33 รายการ ทำอย่างไรครับ ขอสนทนา ขอตรวจสอบ เพื่อที่ว่าน้ำมันพืชขึ้นทีละ 4 กระโดด 2 หน จาก 29 บาท กลายเป็น 40 บาท จะเป็น 50 บาท มันได้อย่างไรครับ มันอั้นมานานขนาดไหน อย่างไร ถ้ามันจำเป็นไม่ว่า แต่ว่าถ้ามันไม่จำเป็นล่ะ เพราะฉะนั้นดูซิครับ เพราะเขาคำนวณเวลาแก๊ส ขึ้นราคา แม่ค้าทำกับข้าวแก๊สขึ้นราคา เขาคำนวณเสร็จเลย ซึ่งก็ต้องน่าฟังครับ ข้าวจานหนึ่ง แก๊สขึ้นราคาตามที่ขึ้นมาใหม่เนี้ย เฉลี่ยแล้วข้าว 1 จานเนี้ย 4 สตางค์ ความแพงของแก๊สที่ขึ้นมันอยู่ในข้าวในจานที่ 4 สตางค์ แล้วอะไร อะไร กับข้าวกับปลาแพงขึ้น ถ้าหากมันแพงขึ้นซัก 1 บาท สมมติว่า 1 บาท แล้วเวลาขายก็ปรับราคาก็ขึ้นมา 2 บาท อย่างนี้ยังเรียกว่าพอเป็นธรรมครับ มันขึ้นมา 1 เราก็ทำเป็น 2 บาท เพราะคนค้าขายจะได้มีกำไรด้วย แต่นี้มันขึ้นมาอีกเป็นอีก 5 บาท อีก 3 บาทล่ะครับไปอยู่ในกระเป๋าของคนพวกนั้น 21 ไปเป็น 25 แม่ค้า ขายของซื้อของแพงไปวันหนึ่ง ขายของ 100 จาน ซื้อแพงไป 50 บาท ได้กำไรจานละบาท คือ 5 เปอร์เซ็นต์ จานละบาท 100 จานก็ได้ 100 บาท และของแพงไปวันนึงขายของร้อยจานซื้อแพงไป 50 บาทได้กำไรจานละบาทคือ 5 เปอร์เซ็นต์จานละบาทร้อยจานก็ได้ร้อยบาท ชดเชยความแพงก็ซื้อกับข้าว 50เอาไว้อีก 50 ไปซื้อของอื่นแพง นี่เป็นธรรมนะครับแต่แม่ค้าขาย 25 ขึ้นมา 25 เลยครับ แม่ค้าเสียแพง50แต่ว่าได้เงินวันละ100 บาทเพิ่มจานละบาทร้อยจานก็ได้ 500 บาทอย่างนี้เป็นธรรมกับสังคมหรือไม่ อันนี้แหละครับ คุณมิ่งขวัญได้เริ่มต้นไปดูการไปตรวจสอบการเจรจาความแค่เอามาดูกันเลยว่าได้เงินเท่าไหร่แล้วต้องให้ขึ้นเงิน ขึ้นก็ต้องให้ขึ้นนะครับ ต้องขึ้นครับแต่ว่าถ้าเผื่อนั้นต้องให้ความเป็นธรรม ในขณะเดียวกันเมื่อดูตรงนี้เสร็จแล้วก็ต้องดูรายได้ขึ้นและเราจะตกลงกันได้ไหมครับว่าสื่อสารมวลชน

ต่อไปนี้รัฐบาลจะปรับขึ้นราคาเงินเดือนไม่เป็นข่าวนี่ จะมีใครตายไหมครับที่โรงพิมพ์นี่ ที่ไม่เสนอข่าวว่าจะขึ้นเงินเดือนนี่คือมันช่วยสังคมไทย รัฐบาลจะปรับก็เรื่องของรัฐบาลว่าจะอยู่ในกระเป๋าทุกคน ถ้าไม่ได้พลาดหัวขึ้นเงินเดือนแล้วจะเป็นอย่างไรไหมครับนี่ผมขอประธานโทษครับเมื่อตระกี้เนี่ย วันนี้ตั้งครบบุคคลได้ ประเภทถามว่าถ้าไม่ได้พลาดหัวเงินเดือนขึ้นจะมีใครโรงพิมพ์ตายไหม ขอถอนเมื่อตระกี้เนี่ยเดี๋ยวว่าอีกนี่ก็เป็นแบบของผมนะครับคือว่าอดไม่ได้หรอกครับต้องพูดกระแทกแดกดันกันแบบนี้เขาคิดว่า ผมว่าหลายคนก็คิดใครเป็นผมก็ต้องอาจพูดแบบนั้นก็ถามขึ้นมาว่าประเทศอเมริกาล่มสลายเพราะว่าไม่เสนอข่าวเงินเดือนขึ้นมันไม่ล่มสลายเพราะไม่ขึ้นเงินเดือน ไม่เสนอข่าวเงินเดือนขึ้น 3 หน ทำไมประเทศอเมริกามันไม่ล่มสลายที่ว่าเงินเดือนเป็นความรับของแต่ละคน

ประเทศอเมริกานั่นนะครับสิทธิเสรีภาพอยู่เหนือสิ่งอื่นใดเลยใครได้เท่าไหร่ใครไม่ได้เท่าไหร่คุณไม่ต้องทำอย่างอื่นแต่คุณเอาแพเช็คมาเปิดไม่ได้เลยว่าใครเขาได้เท่าไหร่ใครอ้างเท่าไหร่เราจะมีธรรมเนียมนี้ไหมละครับว่าต่อไปนี้เงินเดือนนั้นเป็นความลับ เงินเดือนเป็นความลับไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนปรับปรุงเงินเดือนนั้นก็มีความเป็นธรรมข่าวขึ้นเงินเดือนไม่ต้องขึ้นละครับ 3 หนไม่ออกข่าวเลยอยู่ได้แน่นอนทุกคนครอบครัวอยู่ได้เลย เพราะราคาสินค้าจะขึ้นไปตามสภาพของมันไม่ต้องขึ้นและรายได้ก็จะปรับขึ้นมาตามสภาพที่ควรจะต้องปรับเห็นไหมละครับเราเก็บเศษสตางค์ของเราไว้และถ้าเรามีความเป็นธรรมมักหนทางที่จะปรับปรุงพื้นที่รัฐมนตรีมิ่งขวัญกำลังดำเนินการ 33 รายการผมจะตามดูอย่างใกล้ชิดนี่แหละครับคือวีธีแก้ปัญหา

อย่างเวลานี้เราอยากจะดูหมูขึ้นราคา ราคาจากกิโลละ 100 เป็น 120 ก็หมู เป็นข้างนั้นขึ้น 3 บาท หน้าฟาร์มมาถึงเราหมูซากหมูมันขึ้น 3 บาท แล้วทำไมมันถึงกลายเป็น 120 ตอนนี้ต้องดูนะครับคนขายตั้ง 120 ทุนมาเท่าไหร่ทำไมคุณเอาเท่าไหร่อันนี้แหละครับคือจะตามไปดูดูได้แน่นอนผมจะเล่าให้ฟังบางเรื่องบางอย่างต่างเป็นสารคดีประกอบครับอย่างหมูเนี่ย ก่อนเนี่ยมีคนทะเลาะกันครับ เขาขายซากหมู ขายซากหมูหมูที่ทำมาแล้วและผ่ามาเสร็จแล้วกิโลละ 21 บาท 50 รัฐบาลกำหนดต้องขาย 21 บาท 50 ปรากฏว่าวิวัฒนาการของการ ค่ารายการเลี้ยงหมูเจริญก้าวหน้าในหมูหลังแอ่นเนี่ยละครับมันมันเยอะมันมีเนื้อแดงอยู่ 3 กิโลต่อมาวิวัฒนาการหมูหลังตรง มันมันน้อยมันถูก แต่เนื้อแดงมันแพง 43 เนื้อแดงเพิ่มขึ้น 10 กิโล บริษัทที่ผลิตขึ้นมาก็บอกจะขาย 23 รัฐบาลบอกว่าไม่ได้ และท่านผู้ฟังลองฟังดูนะครับ ซื้อหมูโลละ 21 บาท 50 เอา 1 ตัวไปขายได้กำไร 150 บาทแต่ว่าถ้าซื้อหมูโลละ 23 เอาโลละ 23 เอาไปขาย จะได้กำไร 450 บาท มันได้กำไรมากกว่ากัน 3 เท่า อย่างนี้เนี่ยถ้าสมมุติว่าให้เขาขายซากหมู 21 บาท 50 เป็น 23 ก็จะได้กำไร 450 เขาได้กำไรสักประมาณ 300 บาท

แต่ว่าผู้บริโภคก็จะได้ซื้อของแพงขึ้นนิดนึงแต่คนขายก็กำไรแพงขึ้นนิดหน่อยฟาร์มก็จะขายได้ เพราะว่าคนเลี้ยงก็จะเลี้ยงอยู่ได้ครับเพราะเขาขายได้ 23 คนมาขายก็ได้กำไรมากขึ้น แต่ว่าแทนที่ที่จะขายได้กำไร 450 ได้กำไรแค่ 300 คนบริโภคแทนที่จะต้องจ่ายแพงเขาก็จะจ่ายน้อยลงไปหน่อย อันนี้แหละครับคือความเป็นธรรมในสังคมที่จะทำให้เกิดขึ้นเรื่องที่เล่าให้ฟังนี่นะครับ บริษัทขายหมูเลิกเลยครับไม่ให้ขาย ขายโดนจับ เลยเลิกเลี้ยงเลย ตั้งแต่บัดนั้นมาก็จะฆ่าหมูทำหมูตั้งแต่ต้นชนปลายไม่ทำครับทำแค่ลูกหมู ขายลูกหมูตัวละ 500 บาท เลี้ยงต่อไปตามใจชอบ จับซากเซิกไปขายกัน และต้องบังคับให้ 21 บาท 50 เห็นไหมละครับ 21 บาท 50 บังคับให้เขาขายแบบนั้นเลี้ยงมาเสร็จสับเรียบร้อย ต้องขาดทุนอยู่ตรงนี้ เสร็จแล้วมาหากำไรอยู่ตรงนี้มันไม่ถูกต้องครับ ยังไงก็ไม่ถูกต้องทำให้มันเข้าที่เข้าทางตามระบบคำนวณให้ดูหมดเลยมีชาร์จให้ดูเลยว่ามีทุนเท่าไหร่ขึ้นราคาเท่าไหร่ขึ้นราคาต้องขึ้นได้อย่างมีเหตุผล

เมื่อตระกี้ทั้งหมดที่รับให้ฟังมาเนี่ยเรื่องไข่ไก่แม่ค้าขายไข่ไก่ต่าง ๆ เนี่ย อันนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องการอุปสงค์ อุปทาน เรื่องสับพลาย ดีมาล อย่างหนึ่งอย่างนี้ก็ต้องพูดกันให้ชัดเจนเลยตกลงจะให้เก็บอย่างไรแต่ก่อนตอนเด็ก ๆ กินไข่ทุกวันไม่ต้องไปหาหมอบอกกินไข่คนโตโตแล้วให้กินอาทิตย์ละ 2 ฟอง โอบางคนกินไข่วันละ 6 ฟอง 6 7 สี่สิบสอง กิน 42 ตัวใหญ่บระเริ่มเทิ่มยังไม่ตายแต่ว่าหมอบอกให้กินอาทิตย์ละ 2 ฟอง แต่ก่อนนี้กินไข่ทุกวัน วันละฟองไม่ต้องไปหาหมอ อันนี้ตกลงให้แน่นอนซิครับ ราคาไข่จะได้คงที่ผมเรียนแม่ค้าทั้ง 4 ผมรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่บอกไว้รับจะต้องมาดูเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องดูแลเรื่องนี้และจะต้องพยายามจัดการแก้ไขให้ได้และขอให้เชื่อเถอะครับว่าแก้เรื่องเศรษฐกิจ เศษสตางค์มากจริง ๆ เหรียญบาทขอให้เก็บไว้เถอะครับเพราะถ้าหากว่าข้าวแกง 20 เป็น 21 ให้มา 30 บาท ก็ทอน 9 ให้มา 25 ก็ทอน 4 ได้แน่นอนครับ

เรื่องอย่างนี้เนี่ยนะครับให้มันขึ้นได้แต่มันค่อย ๆ ขยับขึ้น ขึ้นเป็นคั่นและรายได้นั้นก็ควรจะดักหน้าอยู่กว่าและรายได้นั้นก็ควรจะเป็นความลับของแต่ละบุคคลที่ทำมาหาได้และแน่นอนครับคนเป็นรัฐบาลก็ต้องมีใจเป็นธรรมที่จะต้องปรับปรุงรายได้ให้ใครเท่าไหร่อะไร ๆ อย่างไร เรื่องอย่างนี้ก็ขอเรียนให้ทราบไว้นะครับว่างานในทางการเมืองเนี่ยก็ต่างคนก็ต่างเข้ามายกคณะยกทีมเข้ามาบางคนก็มาทีมเดี่ยว ๆ รัฐบาลก่อนมาทีมเดี่ยว ๆ รัฐบาลนี้มา 6 พรรคด้วยกัน นั่งกันเวลาปรึกษาหารือกันก็ต้อง 6 ความคิดเล็กบ้างใหญ่บ้างก็พยาบาลมีความคิดเท่าเทียมกันช่วยกันคิด ช่วยกันอ่าน ช่วยกันทำและในฝ่ายสื่อสารมวลชนทั้งหลายท่านก็คอยช่วยกันตรวจสอบไม่มีใครเก่งสุดยอดมาละครับแต่มันก็ไม่ได้โง่เง่าถึงขนาดต้องหัวเราะเยาะเย้ยถากถางกันผมเรียนให้ทราบนะครับว่าเมื่อเวลามาคุย อธิบายความ......"